จึงเฝ้าจับตาดูหลี่เยว่หานอยู่ตลอด ทว่าด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แฝงอยู่ลึก ๆ หรืออาจจะเป็นความขี้ขลาดในฐานะหัวขโมย ทำให้เขาไม่กล้าจ้องมองนางตรง ๆ นานนัก
จนกระทั่งเมื่อเช้านี้ที่เขาสัมผัสได้ว่าเหลือเพียงอีกนิดเดียวก็จะช่วงชิงอำนาจปกครองมาได้ทั้งหมด เขาถึงได้ฮึกเหิมกล้าเดินมาจ้องมองหลี่เยว่หานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยพลังแรงกล้าเช่นนั้น
น่าแปลกที่แดนราชันไร้เทียมทานซึ่งเป็นมิติของวิเศษที่ร้ายกาจขนาดนี้ กลับมีวิธีการแย่งชิงอำนาจที่ง่ายจนน่ากลัว เพียงแค่ใช้พลังจิตสูบดึงออกมาในขณะที่เจ้าของไม่ทันระวังตัวเท่านั้น…
“สรุปคือ ข้าติดอยู่ที่นี่มาเกือบเดือนแล้วอย่างนั้นหรือ?” หลังจากฟังถังซีฟานพ่นความจริงออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก หลี่เยว่หานก็ยกมือขึ้นลูบหน้าเรียกสติ “แล้วเรื่องที่ข้าไม่สามารถสัมผัสน้ำพุวิญญาณได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม นั่นก็เป็นฝีมือของเจ้าด้วยใช่ไหม?”
ในยามนี้ถังซีฟานจอมขี้ขลาดไม่เหลือสง่าราศีใด ๆ อีกแล้ว เขาทำได้เพียงเหลือบมองหลี่เยว่หานด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ “สิ่งนั้นไม่ได้เรียกว่าน้ำพุวิญญาณ แต่เรียกว่า ‘หว่านอู้เซิง’ ข้าแค่ใช้พลังจิตคลุมมันไว้เฉย ๆ เพราะข้าคอยตามเจ้าอยู่ตลอด เจ้าจะไปตักน้ำหว่านอู้เซิงที่จุดไหน ข้าก็แค่ตามไปใช้พลังจิตคลุมน้ำที่จุดนั้นเอาไว้…”
พอพูดจบ ถังซีฟานก็หดคอลงเหมือนกลัวจะโดนทุบตี ก่อนจะรีบสารภาพเรื่องที่หลี่เยว่หานยังไม่รู้ออกมาเ