าวของตนเอง หากถูกถามถึงสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกะทันหัน มักจะหลุดปากตอบออกมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
ถังซีฟานรู้ตัวแล้วว่าถูกหลี่เยว่หานใช้กลลวงเข้าให้ เขาจึงหลุดเสียง “เจ้า!” ออกมาด้วยความตกใจปนแค้นเคือง ก่อนจะเงียบงันไป
หลี่เยว่หานคาดการณ์เพิ่มขึ้นอีกอย่าง
บางทีในสถานะที่ถังซีฟานเป็นอยู่ในตอนนี้ การที่นางล่วงรู้ชื่อของเขาอาจไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาเท่าไหร่ เริ่มจากถังซีฟานถูกนางตะล่อมถามชื่อออกมาได้อย่างง่ายดาย แล้วเขาก็รู้ตัวทันทีว่าหลุดพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด จึงเกิดความตระหนกและโกรธเกรี้ยว
จากนั้นเขาก็รีบระงับอารมณ์เพราะรู้ว่าไม่ควรแสดงอาการออกไปในจุดสำคัญเช่นนี้ หลังจากหลุดคำว่า ‘เจ้า’ เขาจึงไม่ได้เอ่ยอะไรต่ออีก
และตั้งแต่นางแสร้งทำเป็นนั่งลงใต้ต้นไม้โดยพยายามทำท่าทางและน้ำเสียงให้ดูสมจริงเพื่อลองหยั่งเชิงดูนั้น นางก็พบว่าถังซีฟานไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ เลย
เรื่องนี้หลี่เยว่หานเริ่มเอะใจตอนที่นางแกล้งทำท่าทางโกรธแค้นและกระทืบเท้าใส่ถังซีฟานผู้โอหัง แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบต่อการกระทำนั้นเลย ทำให้นางเริ่มสงสัยว่า บางทีในตอนนี้ถังซีฟานเองก็อาจจะอยู่ในสถานะเดียวกับนาง คือสามารถรับรู้ได้เพียงแค่ “เสียง” ของอีกฝ่ายเท่านั้น
จากการสนทนาต่อมา หลี่เยว่หานแสร้งทำพูดอย่างหนึ่งแต่ในใจคิดอีกอย่างอยู่หลายรอบ จนในที่สุดนางก็ยืนยันความคิดของตัวเองได้ถ่องแท้
“อ