าคือผู้ช่วยชีวิตและเป็นนายเหนือหัวของเจ้า”
‘สิ่งของบัดซบ’
นี่เป็นครั้งที่สองที่เสียงนี้เอ่ยถึงคำนี้
ลัญจกรหยกนั้นมีขนาดไม่ใหญ่ หรือว่านางจะเดาผิดไป?
“เจ้าทำได้อย่างไร?” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานยังคงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“บอกเจ้าไปก็ไม่เสียหาย เพราะถึงเจ้าจะรู้ไปก็เปล่าประโยชน์” เสียงนั้นดูจะรื่นรมย์กับความตื่นตระหนกของหลี่เยว่หานไม่น้อย “ตอนที่เปิ่นจั้วได้แดนราชันไร้เทียมทานมาครอบครองก็ได้พบว่า สิ่งนี้จำเป็นต้องมีภาชนะรองรับ และภาชนะนั้นก็ไม่สามารถใช้ไปได้ตลอดกาล
ทุก ๆ ห้าร้อยปีจะต้องมีการผลัดเปลี่ยน โดยทุกครั้งที่เปลี่ยน มันจะย้ายไปยังสิ่งของที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งมีขนาดไล่เลี่ยกันและมีความบริสุทธิ์สูงสุดโดยทันที และในระหว่างการเปลี่ยนภาชนะนั้น มันจะทำให้เวลาและมิติเกิดการบิดเบี้ยวในระดับหนึ่ง เดิมทีการเปลี่ยนภาชนะไม่ควรจะมีปัญหาอะไร
แต่ใครจะไปรู้ว่าไอ้สิ่งของบัดซบนั่นดันสร้างจิตสำนึกขึ้นมาได้บ้างแล้ว แม้เปิ่นจั้วจะหลับใหลอยู่แต่ก็ยังสัมผัสได้ ข้าตั้งใจจะดับจิตสำนึกนั่นทิ้งเสีย แต่ดันพลาดมือไปดึงเอาเจ้าที่ใกล้จะตายข้ามมิติมาด้วย”
เมื่อฟังถึงตรงนี้ จิ๊กซอว์ในใจของหลี่เยว่หานก็ถูกเติมเต็มเพิ่มขึ้นอีกชิ้น
“แล้วเจ้าชื่ออะไรล่ะ?” จู่ ๆ หลี่เยว่หานก็เปลี่ยนประเด็นกะทันหัน
“เปิ่นจั้วชื่อ ‘ถังซีฟาน’ เจ้า—”
‘ที่แท้ก็ชื่อ ถังซีฟาน สินะ’
โดยปกติแล้ว เมื่อคนเรากำลังเพลิดเพลินกับการโอ้อวดเรื่องร