าณ ได้แต่หันขวับไปมองตามสัญชาตญาณยังจุดที่เป็นตาน้ำเดิม
“ซ่า—”
ตาน้ำฟื้นคืนชีพแล้ว ไม่ใช่แค่ฟื้นคืนชีพ แต่ปริมาณน้ำที่ไหลออกมายังมหาศาลมาก เพียงครู่เดียวมันก็เติมเต็มจนล้นลำธารน้ำพุวิญญาณ กว่าหลี่เยว่หานจะรู้สึกตัว ขาทั้งสองข้างของนางก็จมอยู่ในน้ำเสียแล้ว
“ยินดีด้วย” เสียงหนึ่งแฝงไปด้วยความปรีดาแว่วมา ไม่รู้ว่าที่มาของเสียงมาจากทิศทางใด แต่กลับดังชัดเจนในโสตประสาทของหลี่เยว่หาน “ที่ถูกเปิ่นจั้วจับกุมได้สำเร็จ”
‘เปิ่น… เปิ่นจั้ว?’
“เจ้าเป็นใคร!” เมื่อมีคนพูดขึ้น หลี่เยว่หานก็ตั้งการ์ดระวังตัวทันที นางโต้ตอบกลับไปพร้อมกับก้าวเท้าออกจากน้ำ
“ข้าคือเจ้าแห่งฟ้าดินนี้” เสียงนั้นดูเหมือนจะอารมณ์ดีไม่น้อย จึงไม่ได้ขัดเคืองกับการตั้งคำถามอย่างไร้มารยาทของนาง “นี่คือโลกของข้า เพียงแต่เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย จนทำให้ไอ้สิ่งของบัดซบนี่ดันแบ่งอำนาจการควบคุมส่วนหนึ่งให้แก่เจ้า”
“แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว ข้าได้ทวงคืนอำนาจทั้งหมดกลับมาแล้ว และเจ้าเองก็ถูกจับได้แล้วด้วย”
หลี่เยว่หานทำหน้าเคร่งขรึมกวาดตามองไปรอบ ๆ ทว่าจนแล้วจนรอดก็หาไม่เจอว่าเสียงนั้นมาจากไหน
“ไม่ต้องหาหรอก ข้าคือเจ้าของโลกใบนี้ โลกคือข้า ข้าคือโลก”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็แค่นหัวเราะเยาะ “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็กำลังเหยียบหัวเจ้าอยู่ล่ะสิ?”
น้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะนึกไม่ถึงว่าหลี่เยว่หานจะสวนกลับมาในประเด็นที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ถึงกับน