ใกล้ ๆ ย่อตัวลงแล้วใช้หิมะล้างคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนเต็มมือจนสะอาด
ยามที่หยัดกายลุกขึ้น เขายังคงมองดูมือของตนพลางบ่นพึมพำอย่างนึกรังเกียจว่า “เหม็นชะมัด” ทำเอาเฮ่อเจิ้งเทียนที่ตกตะลึงอยู่นั้นถึงกับน้ำท่วมปาก
วิธีการฆ่าคนของเมิ่งฉีฮ่วนนั้น… นองเลือดเกินไป… แม้แต่คนที่คิดว่าตนผ่านโลกมามากอย่างเขายังแทบรับมิได้ ส่วนเจียงหมิงที่อยู่ข้าง ๆ นั้นหดตัวลีบเข้าไปในเสื้อคลุมขนสัตว์จนแทบไม่เห็นร่าง
หลังจากล้างมือด้วยหิมะแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนยังคงชูมือเดินกลับมาที่กองไฟ พลางขยิบตาให้เฮ่อเจิ้งเทียน “เอาของที่ข้าให้เจ้าพกติดตัวออกมา เทลงบนฝ่ามือข้าเสีย”
เฮ่อเจิ้งเทียนทำตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ เขาหยิบถุงหอมขนาดกลางออกมาจากอกเสื้อ แล้วเทผงละเอียดบางอย่างลงบนฝ่ามือของเมิ่งฉีฮ่วน
จากนั้นเมิ่งฉีฮ่วนก็กลับไปขยี้มือที่กองหิมะอีกครั้ง
เขาทำเช่นนั้นซ้ำอยู่หลายรอบ จนกระทั่งรู้สึกว่ากลิ่นคาวเลือดจางหายไปจนหมดสิ้น จึงค่อยหันไปมองฉือหลินเจียงที่ยังคงคุกเข่านิ่งอยู่ที่พื้นราวกับหุ่นสลักน้ำแข็ง จนเฮ่อเจิ้งเทียนแอบสงสัยว่าอีกฝ่ายหนาวตายไปแล้วหรือยัง
“จะสารภาพออกมาเอง หรือจะให้บรรพบุรุษเป็นฝ่ายถาม?” เมิ่งฉีฮ่วนทรุดตัวลงนั่งล้อมกองไฟพลางผิงมือไปมา เขาพ่นลมหายใจใส่มือแล้วขยี้เบา ๆ น้ำเสียงยามนี้มิได้เคร่งเครียดดุดันเหมือนก่อนหน้า
แต่กลับดูราบเรียบไม่ใส่ใจ ทว่าไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจ แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะอยู่ใกล้กองไ