ไม้ผลิ ในรถมีคนนอนอยู่หนึ่งคน และอีกสองคนนั่งอยู่คนละมุม ทว่าไม่มีใครเอ่ยปากพูดสิ่งใดเลย
หลี่เยว่หานนอนสงบนิ่งอยู่บนฟูกนุ่ม หากมิใช่เพราะยังมีเสียงลมหายใจแผ่วเบาอยู่บ้าง นางก็ดูมิแผกอันใดกับซากศพ เมิ่งฉีฮ่วนซึ่งนั่งอยู่ข้างกายกุมมือนางไว้ไม่ยอมปล่อยด้วยเกรงว่านางจะเป็นอะไรไป เขาเอนหลังพิงผนังรถม้าและหลับตาลง ไม่รู้ว่าในใจกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
เจียงหมิงซึ่งนั่งอยู่ถัดจากเขาก็อยู่ในท่าทางเดียวกัน บรรยากาศภายในรถม้าจึงดูอัดอั้นและกดดันเป็นอย่างยิ่ง
นับตั้งแต่วันที่สิบแปดเดือนอ้าย หลี่เยว่หานก็ไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกเลย เมิ่งฉีฮ่วนแทบคุ้มคลั่ง เขาเชิญหมอทั่วทั้งเมืองหลวงมารักษา ทว่าแม้แต่หมอกู่ซึ่งเป็นหมออันดับหนึ่งของเมืองหลวง ก็ยังมิตราบว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับร่างกายนาง
เพื่อที่จะปลุกนางให้ตื่น เมิ่งฉีฮ่วนถึงกับบีบบังคับให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นส่งมอบลัญจกรหยกออกมา แต่เขากลับต้องพบกับความโศกเศร้าเมื่อพบว่า ตนเองไม่สามารถเชื่อมต่อสัมผัสกับตราหยกได้อีกต่อไปแล้ว
คราแรกเขาคิดว่าฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจงใจมอบตราของปลอมมาให้ แต่เขาคลุกคลีกับลัญจกรหยกมานาน อีกทั้งยังเคยช่วยหลี่เยว่หานทำตราจำลองขึ้นมาลูกหนึ่ง มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าของในมือนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม
หลังจากที่เขาตกอยู่ในภวังค์แห่งความคุ้มคลั่งอยู่พักใหญ่ เจ้ากรมโหราศาสตร์จากในวังก็ได้เดินทางมาหาเขา
“ตามที่ท่านอ๋องกล่าวมา พระชายาเริ่มมีอาการไ