าก่อนหน้านี้ผู้คนยังพากันจงเกลียดจงชังหลี่เยว่หาน เพราะเข้าใจผิดว่านางกักตุนเสบียงกรังของคนทั้งเมืองไว้เพียงผู้เดียว แต่หลังจากที่ความจริงปรากฏว่าทุกอย่างเป็นฝีมือของฮ่องเต้หลิงอวิ๋น ชาวเมืองแทบทุกคนต่างก็รู้สึกผิดต่อนางขึ้นมาหลายส่วน
ยามนี้เมื่อ “ชายใจดำ” อย่างฉีอ๋องคิดจะมาสู่ขอฮั่นหรงฟูเหรินใหม่ อย่าว่าแต่คนในจวนกั๋วกงจะมีท่าทีอย่างไรเลย แม้แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังพากันเบ้ปากแสดงความไม่เห็นพ้องด้วย
ทว่าฉีอ๋องกลับมีความอดทนสูงส่งนัก ขบวนสินสอดหกสิบหกคันรถจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าจวนกั๋วกงนานถึงสามวันสามคืน โดยมีคนผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายามถึงสามกะ มิได้ขยับเขยื้อนไปไหนแม้แต่เพียงชุ่นเดียว
เพียงการกระทำนี้เพียงอย่างเดียว ไม่รู้ว่าทำให้สตรีในเมืองหลวงกี่มากน้อยต่างพากันใจสั่นหวั่นไหว และเริ่มหันไปพูดจาเข้าข้างฉีอ๋องขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“แม้สิ่งที่ฉีอ๋องเคยทำไว้นั้นจะน่ารังเกียจเพียงใด แต่ในฐานะบุรุษผู้หนึ่ง เขายอมทิ้งเกียรติลดตัวลงมาขอโทษถึงเพียงนี้ก็นับว่ามีความจริงใจมากพอแล้ว!”
“จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูก ความจริงใจมันมีประโยชน์อันใดเล่า ความจริงใจจะลบเลือนบาดแผลที่ฮั่นหรงฟูเหรินเคยได้รับมาอย่างนั้นหรือ?”
“แต่ก็น่าจะมอบโอกาสให้ฉีอ๋องได้พยายามเยียวยาแผลใจให้นางมิใช่หรือ มีคำกล่าวที่ว่า ผู้ผูกย่อมต้องเป็นผู้แก้ยังไงเล่า!”
……
“พอแล้ว ๆ เลิกพูดเถอะ ข้าจะขำตายอยู่แล้ว ฮ่า ๆ ๆ…” หลี่เยว่หานหัวเราะจนตัวงอ