าก… กระหม่อมจึงอยากถามว่า ท่านมีความสุขหรือไม่?”
มีความสุขหรือไม่?
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงอึ้งไปกับคำถามของเมิ่งฉีฮ่วนทันที
นับแต่พระองค์ขึ้นครองราชย์มานานหลายปี หาได้มีช่วงเวลาใดที่ได้ใช้ชีวิตเพื่อพระองค์เองแม้แต่น้อย พระองค์ปกครองใต้หล้า มีอำนาจสูงสุด มีสิทธิ์ขาดในการสั่งเป็นสั่งตายแก่ทุกคน พระองค์ควรจะทรงมีความสุขและภาคภูมิใจสิ
ทว่า… เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?
เป็นดั่งที่เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวมา พระองค์ไม่เคยเห็นความยากลำบากของราษฎรด้วยตาตนเอง ไม่เคยได้สัมผัสชีวิตในหลากหลายแง่มุม ไม่เคยรู้ว่าซากศพที่หิวโหยเกลื่อนกลาดนั้นน่าสลดเพียงใด และไม่เคยได้สัมผัสความปีติยินดียามฤดูเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์
แม้แต่ขุนเขาสูงหรือสายน้ำกว้างใหญ่ พระองค์ก็ได้เห็นเพียงจากภาพวาดของจิตรกรเท่านั้น
นับแต่ครองราชย์ พระองค์เคยเสด็จประพาสเพียงสองครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็ล้วนสิ้นเปลืองงบประมาณและแรงงานราษฎร เมื่อไปถึงสถานที่ต่าง ๆ ผู้คนก็ยังคงกราบไหว้สรรเสริญทรงพระเจริญหมื่นปีมิขาดสาย แล้วมันต่างอันใดกับยามที่อยู่ในวังหลวงเล่า?
ดังนั้นพระองค์จึงมิเสด็จไปไหนอีก ในสายตาของพระองค์ พระราชวังแห่งนี้ก็คือโลกทั้งใบของพระองค์ไปเสียแล้ว
ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงค่อย ๆ หลงลืมไป… หลงลืมยามที่ตนเองยังเป็นเพียงชายหนุ่ม ควบอาชาทะยานไปตามท้องทุ่ง หลงลืมยามที่ตนเองเคยปีนป่ายหน้าผาสูงชันเพียงเพื่อจะเก็บดอกไม้ที่งดงามที่สุดมามอบให้แก่อาไฉของพร