วี้ชิ้นนี้ จงเจิ้งเสียนมิได้เป็นคนมอบให้กระหม่อม แต่เป็นแม่นมหลี่ที่อยู่ข้างกายกงหยาถัวต่างหากที่เป็นคนมอบให้” รอยยิ้มของเมิ่งฉีฮ่วนยิ่งดูสดใสขึ้น “แม่นมหลี่ผู้นั้น คงจะล่วงรู้ชาติกำเนิดของกระหม่อมใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงถอนพระทัยออกมาเฮือกใหญ่ราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ทำให้พระองค์ดูทรุดโทรมและชราลงไปถนัดตา “แม่นมหลี่คือคนสนิทที่ติดตามพระมารดาของเจ้ามา ยามเกิดเหตุรัฐประหารครานั้น นางรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด และด้วยความบังเอิญจึงได้เข้าไปอยู่ในตระกูลกง กลายเป็นแม่นมประจำตัวของกงหยาถัว”
“เช่นนั้นก็ถูกแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนตบมือเบาๆ พลางยิ้ม “ยามที่จวนมกุฎราชกุมารล่มสลายในตอนนั้น เสด็จพี่นับว่ามีส่วนความชอบมหาศาล นอกจากองค์ชายใหญ่ มู่ชวน และหลิงซีแล้ว คนทั้งจวนมกุฎราชกุมารต่างก็ไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
คงเป็นเพราะกงหยาถัวเองก็ล่วงรู้ความลับเรื่องชาติกำเนิดของกระหม่อมด้วยเช่นกัน พวกท่านไม่แน่ใจว่ายังมีใครรู้อีกบ้าง จึงได้ตัดสินใจสังหารล้างจวนเพื่อปิดปากเสียจนหมดสิ้น หากมิใช่เพราะเกรงกลัวจะเสียหน้า เกรงว่าแม้แต่คนตระกูลกงก็คงต้องตายกันหมด”
“ใช่…” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงรู้สึกว่าคำตอบนี้หนักอึ้งราวกับพันชั่ง
“เช่นนั้น การที่ปล่อยให้กระหม่อมพาตัวมู่ชวนกับหลิงซีไปใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นมานานหลายปี แท้จริงแล้วมิใช่เพราะทรงกังวลว่าจงเจิ้งเซวียนหรือจงเจิ้งอวี่จะคิดร้าย