ต่อเด็กๆ และตราหยกปี้อวี้ ทว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะทรงไม่อยากยั่วโมโหกระหม่อมใช่หรือไม่” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยถึงความจริงอีกประการหนึ่งออกมา
“ส่วนจ้าวไท่กงและคนเหล่านั้น แท้จริงแล้วก็คือคนของเสด็จพี่นั่นเอง กระหม่อมยังเคยสงสัยอยู่เลยว่า สถานที่อย่างหมู่บ้านไป๋อวิ๋น เหตุใดจึงมีอาจารย์สอนหนังสือยอมไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น และยังเคยสงสัยว่าเหตุใดฮูหยินหลี่จึงมีอารมณ์ร้ายนัก
ทั้งที่ย้ายมาอยู่ในชนบทแท้ๆ แต่กลับยังพาสาวใช้ติดตัวมาด้วย อ้อ… จริงสิ เสด็จพี่อาจจะยังไม่ทรงทราบ ฮูหยินหลี่ผู้นั้นรู้จักกับมารดาผู้ให้กำเนิดของเยว่หานด้วย”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงเบิกตาตื่นตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า จ้องมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างมิน่าเชื่อว่าตนเองจะมีความผิดพลาดที่ตื้นเขินเพียงนี้
“คนที่รู้จักกับมารดาของเยว่หาน ย่อมต้องมีฐานะไม่ธรรมดา ดังนั้นหากกล่าวโดยเปรียบเทียบแล้ว ฐานะของอาจารย์หลี่แห่งโรงเรียนย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน เดิมทีกระหม่อมไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดพวกเขาถึงพากันไปปรากฏตัวที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น หากเพียงเพื่อปกป้องมู่ชวนกับหลิงซี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คนมากมายถึงเพียงนี้ แต่ยามนี้เมื่อกระหม่อมมองย้อนกลับไป ทุกอย่างก็มีคำอธิบายแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนหรี่ตามองพลางยิ้ม รอยยิ้มนั้นดูไร้พิษสง ทว่ากลับทำให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงตึงเครียดถึงขีดสุด
“คนเหล่านั้นทุกคน ล้วนเป็นคนที่เสด็จพี่ส่งไปเพื่อจับตาดูการเคลื่อนไหวของกระหม่อมทั้งสิ้น”