กั๋วกงอันกว้างใหญ่แห่งนี้ นางรู้ดีว่าหากขาดจวนกั๋วกงไป นางก็มิต่างอะไรกับฝุ่นละออง
ด้วยเหตุนี้นางจึงมีความรู้สึกร่วมและเห็นอกเห็นใจเหล่าราษฎรที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันในกงล้อแห่งอำนาจอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
นางเพียงอยากจะทำสิ่งที่โดดเด่นสักอย่าง เพื่อให้อวี๋เจ๋อฟางและฟางจื่อหลานเอ่ยชมและภาคภูมิใจในตัวนาง ความจริงแล้วนางมิใช่ว่าไม่รู้กฎเกณฑ์ที่ตั้งมาตั้งแต่เริ่มสถาปนาแคว้น แต่นางก็ยังเลือกที่จะทำมัน
มิใช่เพียงเพื่อช่วยคน แต่เป็นเพราะความรักที่นางมีต่อจวนกั๋วกง เป็นเพราะนางโหยหาคำชมเชย และเป็นเพราะความมีเมตตาในใจนางเอง
ทว่านางมิได้ล่วงรู้ความนัยทั้งหมด สุดท้ายนางจึงเดินหมากผิดกระดาน
“หลันเอ๋อร์” ฟางจื่อหลานถอนหายใจยาว ราวกับตัดสินใจบางอย่างได้ นางย่อตัวลงข้างกายอวี๋หลันแล้วกระซิบเสียงเบา “ช่วงที่ผ่านมาจวนกั๋วกงดูเงียบเหงา เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปสำรวจบ้านเรือนที่ขาดแคลนเสบียงอย่างเงียบๆ ทุกวันพวกเราจะแอบส่งเสบียงไปให้พวกเขาอย่างเพียงพอ ส่วนพวกที่มาตะโกนด่าทออยู่ด้านนอกนั้น ส่วนใหญ่ล้วนมีเสบียงกักตุนไว้ล้นบ้าน เรื่องขาดแคลนเสบียงที่มองเห็นว่ารุนแรงนั้นเป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอก ความจริงพวกเราวางแผนรับมือไว้หมดแล้ว”
เมื่อได้ยินคำเฉลย อวี๋หลันถึงกับตาเบิกกว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “เช่นนั้น… คนที่หิวจนต้องเข้าสำนักหมอหลวง…”
“เป็นการเสแสร้งทั้งสิ้น” ฟางจื่อหลานถอนหายใจพลางตบไหล่อวี๋ห