ว้ในมือ แล้วคุณหนูของจวนกลับวิ่งออกไปแจกโจ๊ก ในสายตาของผู้ที่มีเจตนาร้าย นี่มิใช่อะไรอื่นนอกจากข้อหาหนักที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกระทง
นั่นคือการ ‘หลอกลวงราษฎร’
ความผิดนี้จะหนักหรือเบา ล้วนขึ้นอยู่กับพระเนตรพระกรรณของโอรสสวรรค์เพียงผู้เดียว
ส่วนเสบียงที่หลี่เยว่หานกักตุนไว้นั้น…
ฟางจื่อหลานกล่าวเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งนางมิได้เอ่ยออกมา
เสบียงเหล่านั้นยามนี้มิได้อยู่ในมือหลี่เยว่หานก็จริง แต่จะเคลื่อนย้ายได้หรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับคำสั่งของหลี่เยว่หานเพียงผู้เดียว
แม้จะกล่าวว่าเป็นทุนสงคราม แต่เสบียงทั้งหมดคือทรัพย์สินของหลี่เยว่หาน จะเป็นทุนสงครามหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับเสี้ยวความคิดของนางเท่านั้น
เพียงแต่เสบียงเหล่านี้ ถูกกุมไว้ในมือของ ‘เวินเทียนเหล่ย’ คุณชายใหญ่ตระกูลเวิน ผู้เป็นคหบดีระดับหนึ่งของแผ่นดิน
ตั้งแต่ตอนที่หลี่เยว่หานกวาดซื้อเสบียงถึงแปดส่วนในตลาดเมืองหลวง นางก็ได้มอบหมายเสบียงทั้งหมดให้เวินเทียนเหล่ยดูแล นางเป็นเพียงสตรี ยามนั้นยังตั้งครรภ์แก่ หากถึงช่วงเวลาคับขันแล้วนางเกิดเจ็บครรภ์คลอดลูกขึ้นมา เรื่องราวคงยากจะจัดการ
ยังดีที่เวินเทียนเหล่ยเก็บงำความลับนี้ไว้อย่างมิดชิด มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ มิเช่นนั้นผู้ที่จะเดือดร้อนมิใช่เพียงจวนกั๋วกง แต่เวินเทียนเหล่ยเองก็อาจจะถูกนายท่านผู้เฒ่าเวินคัดชื่อออกจากผังตระกูลเป็นแน่
เพราะตระกูลเวินนั้นคือขั้วอำนาจที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้