้ว พรุ่งนี้อย่าได้ไปอีก อย่างน้อยยามที่ฝ่าบาทเอาผิด พวกเรายังพอจะช่วยทูลได้ว่าเจ้าทำไปเพราะความเขลาไม่รู้ความ แต่หลังจากนี้ไป จวนกั๋วกงจะถูกด่าทอหนักกว่าเดิม เจ้าต้องเตรียมใจไว้ให้ดี”
เมื่อฟังคำของฟางจื่อหลาน ความหวาดกลัวก็จู่โจมหัวใจอวี๋หลันทันที นางสั่นสะท้านไปทั้งตัว “ท่านแม่… ท่านแม่ข้าไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงเพียงนี้ ข้าเพียงคิดว่า… ข้าเพียงคิดว่าควรทำอะไรสักอย่าง มิเช่นนั้นชื่อเสียงที่ดีงามของจวนกั๋วกงที่สะสมมาจะถูกทำลายหมดสิ้น ข้าไม่คิดเลยจริงๆ…”
ฟางจื่อหลานถอนหายใจแล้วรวบตัวอวี๋หลันเข้ามากอดไว้แนบอก
เป็นเช่นนั้น อวี๋หลันเป็นเพียงดรุณีในห้องหอ จะคิดอ่านลึกซึ้งได้อย่างไร ในจวนกั๋วกงแห่งนี้ นอกจากท่านกั๋วกงผู้เฒ่า อวี๋เจ๋อฟางสองสามีภรรยา และหลี่เยว่หานแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เรื่องการลอบส่งเสบียงเลย แม้แต่การส่งของเหล่านั้นยังต้องใช้หน่วยกล้าตายและองครักษ์ลับเป็นผู้จัดการ
อวี๋หลันเด็กคนนี้จิตใจซื่อตรงนัก แม้ลึก ๆ จะมี จริตแง่งอนประสาหญิงสาว แต่ยามต้องเผชิญกับเรื่องราวระดับบ้านเมือง
สมองของนางย่อมคิดตามไม่ทัน นางย่อมคิดไม่ถึงว่าหากวิกฤตการณ์เสบียงยังดำเนินต่อไป จวนกั๋วกงจะต้องเผชิญกับพายุคำด่าทอจนแทบยืนไม่อยู่ และการที่นางวิ่งออกไปแจกโจ๊กได้เพียงวันเดียวแล้วหยุดไป จวนกั๋วกงจะยิ่งถูกประณามเพียงใด
ในสายตาผู้คน หลี่เยว่หานที่กักตุนเสบียงคือคนของจวนกั๋วกง การที่จวนกั๋วกงผูกขาดเสบียงทั้งหมดไ