นางตอกกลับพ่อค้าข้าง ๆ ไปว่า ‘เจ้าแสดงเก่งถึงเพียงนี้ มิน่าเล่าถึงหาเงินได้น้อยนัก’ ตอนนั้นข้าถึงได้รู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริง ๆ”
หลี่เจี้ยนโบที่เดิมทีมีท่าทีสงบนิ่ง พลันชะงักงันไปในทันที “ท่านว่าอย่างไรนะ… แม่นางผู้นั้นด่าคนอื่นว่าอะไร?”
“ท่านอาจารย์หลี่ก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจใช่ไหมเล่า” กวนชิ่งอวิ๋นจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความทรงจำ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสมองของนางคิดคำเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร ‘เจ้าแสดงเก่งถึงเพียงนี้ มิน่าเล่าถึงหาเงินได้น้อยนัก’ ลองมาคิดดูแล้ว มันกลับมีเหตุผลอย่างน่าประหลาด”
หลังจากนั้น กวนชิ่งอวิ๋นจะเอ่ยสิ่งใดต่อ หลี่เจี้ยนโบก็ไม่อาจรับฟังได้อีกต่อไป
ประโยคนี้มันช่างคุ้นหูเหลือเกิน!
ในโลกยุคหลังที่อินเทอร์เน็ตพัฒนาไปไกล พวกชอบจับผิดมีอยู่ทุกหัวระแหง และคำแสลงออนไลน์ต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
ตอนที่หลี่เยว่หานเรียนจบมหาวิทยาลัยและตัดสินใจจะไปเป็นอาสาสมัครที่ต่างประเทศ เธอได้กลับมาบ้านครั้งหนึ่ง ตอนนั้นหวังเฟิ่งอาละวาดแทบทุกวัน ทั้งร้องไห้คร่ำครวญทั้งด่าทอ ขนเอาวิทยายุทธ์ทั้งสิบแปดกระบวนท่าออกมาใช้ เพียงเพื่อจะบังคับให้เยว่หานลูกสาวของเขาไปดูตัวเพื่อแต่งงานออกไป
ในช่วงแรกหลี่เยว่หานยังยอมโอนอ่อนตาม เพื่อไม่ให้ที่บ้านต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง แม้จะไม่อิ่มอกอิ่มใจนัก แต่เธอก็ยอมไปดูตัวอยู่สองสามครั้ง
แน่นอนว่าหลี่เจี้ยนโบรู้ดีว่าชายที่หวังเฟิ่งหามาให้เยว่หาน