ีมโนธรรมอยู่บ้าง ก็จงรีบนำเสบียงที่กักตุนไว้ออกมาจำหน่ายเสีย อย่าปล่อยให้ราษฎรในเมืองหลวงต้องหนาวตายหรืออดตายในฤดูหนาวปีนี้เลย!”
สิ้นเสียงคำพูด ฝูงชนก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
จี้ซินเยว่เติบโตมาในเมืองหลวง เธอรู้ดีถึงจุดอ่อนในใจของชาวบ้าน หากเธอเริ่มด้วยการบอกว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่มีวันลดตัวมาขอร้องหลี่เยว่หาน มันจะยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ดังนั้นในขณะที่เธอกำลังปลุกปั่นอารมณ์ชาวบ้าน เธอจึงไม่ลืมที่จะกันเมิ่งฉีฮ่วนออกไปจากเรื่องนี้
“สิ่งที่พระชายารองจี้พูดเป็นความจริงหรือ! ในมือฮั่นหรงฟูเหรินมีเสบียงจริง ๆ หรือ!” เสียงตะโกนถามดังมาจากกลุ่มคนไกล ๆ
มุมปากของจี้ซินเยว่ยกขึ้นเล็กน้อย ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยตอบ ประตูจวนกั๋วกงก็เปิดออก หลี่เยว่หานในชุดกระโปรงยาวสีเขียวเข้มคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีเข้าชุดกันเดินออกมา เธอจ้องมองจี้ซินเยว่ด้วยสายตานิ่งสงบก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
“ในมือของข้ามีเสบียงอยู่จริง แต่นั่นเป็นเสบียงที่เตรียมไว้เพื่อส่งเป็นเสบียงสมทบให้กับท่านแม่ทัพเหล็ก ไม่ทราบว่าที่พระชายารองจี้มายืนกรานกล่าวโทษว่าข้าเจตนากักตุนเสบียงในวันนี้ มีจุดประสงค์อันใดกันแน่?”
“ในเมื่อเสบียงเหล่านั้นเตรียมไว้เพื่อใช้เป็นเสบียงกรังสำหรับการกรีธาทัพของท่านแม่ทัพเหล็ก เสบียงเหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างไร ก็ย่อมต้องขึ้นอยู่กับการตัดสิ