ฉินมาก่อน แม้ภายหลังจากแยกตัวออกมาจะอ้างว่าทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างเต็มที่ แต่ในทางลับเขากับตระกูลเฉินก็ยังมีสายสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอยู่ไม่น้อย มิเช่นนั้น กิจการของชุยฟูเหรินคงไม่อาจยื่นรายงานบัญชีส่ง ๆ มายังกรมคลังได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น
“มีอะไรที่ไม่กล้าคิดกัน” จงเจิ้งอวี่พึมพำขึ้นขัดจังหวะ “ฮั่นหรงฟูเหรินเติบโตมาจากแถบชนบท ย่อมมีความเฉลียวใจเรื่องการเก็บเกี่ยวเสบียงมากกว่าพวกท่านที่เป็นขุนนางในเมืองหลวงเสียอีก ไม่แน่ว่าเธออาจจะพบร่องรอยว่าปีนี้ผลผลิตจะไม่ดี
จึงได้เร่งกักตุนเสบียงไว้ให้ตนเองก่อน อีกอย่างท่านก็พูดเองว่าเมืองหลวงกำลังขาดแคลนเสบียง ฮั่นหรงฟูเหรินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า นี่มิใช่โอกาสอันดีที่จะทำกำไรหรอกหรือ!”
หานโฮ่วกวงคาดไว้ว่าหากเอ่ยถึงหลี่เยว่หานเขาคงจะถูกเมิ่งฉีฮ่วนสวนกลับแน่ แต่เขานึกไม่ถึงว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะยังไม่ทันอ้าปาก จงเจิ้งอวี่กลับเป็นฝ่ายสวนเขาก่อนเสียอย่างนั้น แถมยังมีเหตุผลที่ชัดเจนจนทำให้หานโฮ่วกวงถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
“อวี่เอ๋อร์พูดมีเหตุผล” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงพยักหน้าเห็นพ้อง “ฮั่นหรงฟูเหรินเป็นหญิงแกร่งที่เติบโตมาจากชนบท การที่เธอจะมีความเฉลียวใจมากกว่าผู้อื่นย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่ในยามที่เมืองหลวงขาดแคลนเสบียงเช่นนี้ หานอ้ายชิงได้ไปเยี่ยมเยียนฮั่นหรงฟูเหรินบ้างหรือไม่ ว่าเมื่อใดเธอจึงจะยอมนำเสบียงที่กักตุนไว้ออกมาจำหน่าย?”
ในตอนนั้นเอง ภายใต้การนำร่อ