งของจงเจิ้งอวี่ ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ทรงเริ่มเอนเอียงไปตามความคิดที่ว่า หลี่เยว่หานเพียงต้องการฉวยโอกาสนี้เก็งกำไรเพื่อสร้างความมั่งคั่งเท่านั้น
“ทูลฝ่าบาท ข้าได้ส่งเทียบเชิญไปยังจวนกั๋วกงหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับไร้การตอบกลับ เมื่อส่งคนไปสอบถาม คนในจวนกั๋วกงก็แจ้งว่า หลังจากฮั่นหรงฟูเหรินคลอดบุตรฝาแฝดชายหญิง ร่างกายก็ทรุดโทรมลงมาก ขณะนี้ยังคงต้องพักรักษาตัวด้วยร่างกายที่อ่อนแอ จึงไม่สะดวกที่จะรับแขกขอรับ” หานโฮ่วกวงรายงานอย่างละเอียด
“ต่อมาข้าจึงได้เข้าพบซิงกั๋วกง ทว่าท่านกั๋วกงกลับกล่าวว่า เสบียงเหล่านั้นเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฮั่นหรงฟูเหริน มิได้อยู่ในความดูแลของส่วนกลางในจวนกั๋วกง ท่านจึงมิอาจสอดมือเข้าไปจัดการได้”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ทรงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเมิ่งฉีฮ่วนโดยสัญชาตญาณ
ทว่าฝ่ายหลังกลับกำลังตั้งอกตั้งใจฟังรายงานของหานโฮ่วกวงอย่างจริงจัง จนมิได้สังเกตเห็นสายพระเนตรของฮ่องเต้ที่มองมา
“อะแฮ่ม…” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงกระแอมไอ “เราเห็นว่า ฮั่นหรงฟูเหรินอาจจะยังขุ่นเคืองในการกระทำของฉีอ๋องในยามนั้น จึงไม่ยอมพบหานอ้ายชิง มิสู้ให้ฉีอ๋องไปพบเธอด้วยตนเองสักคราดีหรือไม่”
“ทูลฝ่าบาท” เมิ่งฉีฮ่วนได้สติและเอ่ยตอบว่า “คำพูดของฝ่าบาทช่างน่าแปลกนัก หากฮั่นหรงฟูเหรินขุ่นเคืองในการกระทำของข้าจริง เหตุใดจึงลามไปถึงการไม่ยอมพบท่านหานด้วยเล่า?
ข้ากับท่านหานมิเคยมีเรื