่องบาดหมางกันมาก่อน การที่ความโกรธแค้นนี้จะลามไปถึงเขานั้น… เกรงว่าความโกรธคงต้องเดินทางอ้อมเมืองหลวงสักสองรอบได้ขอรับ”
เมื่อได้ยินคำประชดประชันนั้น ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงมีสีหน้าไม่พอพระทัยและกำลังจะตรัสบางอย่าง แต่จงเจิ้งเสียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับรีบก้าวออกมาเสียก่อน
“เสด็จพ่อ ลูกยินดีจะไปพบฮั่นหรงฟูเหรินด้วยตนเองขอรับ แต่ก่อนหน้านั้น ราษฎรจะขาดเสบียงหุงหาอาหารมิได้ ลูกจึงขออาสาจัดตั้งโรงทานในเมือง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนเสบียงเป็นการชั่วคราวขอรับ”
“คำพูดขององค์ชายใหญ่ดูจะไม่ถูกนัก”
เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยขัดขึ้นทันทีโดยไม่รอให้ฮ่องเต้ได้ตรัสตอบ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำสีหน้าสงสัย เขาก็เอ่ยอธิบายต่อว่า “ข้ามิได้หมายความว่าเรื่องที่ท่านจะไปพบอดีตชายาของข้านั้นมีสิ่งใดผิด แต่ที่บอกว่าไม่ถูก คือความคิดเรื่องการจัดตั้งโรงทานต่างหาก”
“จริงอยู่ที่การตั้งโรงทานขององค์ชายใหญ่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ข้าขอถามหน่อยว่า ท่านตั้งใจจะแจกจ่ายโจ๊กไปถึงเมื่อใด?” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยท่าทางเกียจคร้านเช่นเดิม
“หากฮั่นหรงฟูเหรินตกลงยอมนำเสบียงออกมาขาย แต่ตั้งราคาไว้สูงกว่าปกติ ราษฎรย่อมไม่มีทางยอมรับได้แน่ ในเมื่อมีองค์ชายใหญ่มาตั้งโรงทานแจกโจ๊กให้กินฟรี ทุกคนก็ย่อมไม่อยากเสียเงินซื้อ ถึงตอนนั้นโรงทานขององค์ชายใหญ่จะยังคงแจกโจ๊กต่อไป หรือจะหยุดแจกเล่า?”
พูดถึงตรงนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วเอ่ย