ในเมืองหลวงเริ่มเปิดทำการน้อยลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีการยกเลิกคำสั่งปิดเมือง ราษฎรจึงพากันออกมาจับจ่ายใช้สอยด้วยความเบาใจ
และเนื่องจากร้านค้าเอกชนส่วนใหญ่ปิดตัวในช่วงปิดเมือง ราษฎรที่ต้องการเสบียงจึงมุ่งหน้าไปที่ร้านค้าของทางการแทน ในช่วงแรก หลงจู๊ผู้ดูแลร้านเสบียงยังรู้สึกยินดี หลังจากขออนุญาตผู้บังคับบัญชาแล้ว เขายังแอบขยับราคาเสบียงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ใกล้เคียงกับราคากลางในตลาด
ราษฎรแม้จะบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ แต่เสบียงของทางการก็ยังถูกกว่าร้านเอกชนอยู่ดี พวกเขาจึงยังคงหาซื้อกันตามปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น หลี่เยว่หานยังให้ผู้ดูแลร้านอวี้และผู้ดูแลร้านอวี้จ้างคนให้ไปช่วยกันกว้านซื้อเสบียงเหล่านั้นมาอีกด้วย
จนกระทั่งเสบียงคงคลังเริ่มร่อยหรอ ร้านเสบียงของทางการจึงเริ่มใช้มาตรการจำกัดการซื้อ ใครจะซื้อต้องลงทะเบียนสำมะโนครัว อีกทั้งยังจำกัดยอดขายในแต่ละวัน เมื่อขายครบจำนวนก็ปิดร้านทันที ต่อให้เสนอราคาให้สูงเพียงใดก็ไม่ยอมเปิดประตู
การกระทำของร้านเสบียงทางการส่งผลให้ราคาเสบียงในเมืองหลวงพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทะยานไปไกลเกินกว่าที่ราษฎรสามัญจะเอื้อมถึง สร้างความโกรธแค้นไปทั่วทุกสารทิศ ชาวบ้านพากันไปล้อมหน้าประตูร้านเสบียงทางการเพื่อด่าทอ ขว้างปาไข่เน่าและมะเขือเทศเน่าใส่ไม่หยุดหย่อน
แม้หลงจู๊ผู้ดูแลร้านจะพยายามรายงานสถานการณ์ไปยังกรมคลังอย่างสุดความสามารถ แต่ทางกรมคลังกลับมองว่าเป็นเรื่องป