่หานนิ่งเงียบ หลี่หรงหรงจึงเอ่ยขึ้นอีกว่า “โบราณว่าคนตายไปเหมือนตะเกียงดับ ไม่ว่าอย่างไรในฐานะลูก เราควรจะไปส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย”
“หลี่หรงหรง เจ้าลองว่ามาสิ ทำไมจู่ๆ หลี่ต้าฉิงถึงได้ตายในกองเพลิง?” หลี่เยว่หานเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถึงแม้เราจะส่งเงินไปให้เขา แต่ตามข่าวที่แจ้งมา เขาเกรงว่าหวังเฟิ่งจะกลับมาอาละวาดจึงไม่กล้าใช้เงินซื้อฟืนหรือถ่าน เจ้าไม่คิดหรือว่าไฟไหม้ครั้งนี้มันดูมีเงื่อนงำเกินไป?”
หลี่หรงหรงถอนหายใจยาวเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ข้าสอบถามอย่างละเอียดแล้ว ได้ความว่าช่วงนี้ท่านพ่อมักจะออกไปเก็บกิ่งไม้แห้งนอกเมือง บางครั้งก็เก็บมูลวัวกลับบ้าน ถึงจะไม่รู้ว่าเขาเก็บมาทำไม แต่น่าจะใช้เพื่อสร้างความอบอุ่น
เย็นวันที่เกิดไฟไหม้ ทหารยามเฝ้าประตูเมืองบอกว่าเขาแบกท่อนไม้ค่อนข้างยาวและหนาพาดบ่ากลับมา โดยบอกว่าเก็บได้ ทุกคนเลยคาดเดาว่าเขาอาจจะแอบไปขโมยไม้มาจากโรงไม้แถวนั้น”
“อาจเป็นเพราะเหตุนี้ คืนนั้นเพื่อนบ้านสังเกตเห็นกองไฟในบ้านท่านพ่อลุกโชนผิดปกติ ทางการจึงสันนิษฐานว่าท่านพ่อคงเกรงจะมีคนมาพบไม้ที่ขโมยมา จึงเร่งสุมไฟหวังจะทำลายหลักฐานให้หมดโดยเร็ว แต่นึกไม่ถึงว่าไฟจะลุกแรงเกินไปจนลามไหม้บ้านทั้งหลัง”
หลี่หรงหรงพูดไปพลางถอนหายใจไปพลาง “เป็นความผิดของข้าเอง หากข้ารู้ว่าท่านแม่กับท่านพ่อหย่ากันแล้วข้าน่าจะส่งคนไปรับท่านพ่อมาที่เมืองหลวง เขาจะได้ไม่ต้องซ่อนเงินไว้จนไม่กล้าใช้เพราะกลัว