บทที่ 439 ลายลักษณ์อักษรของประมุขแผ่นดินไม่มีน้ำหนักเชียวหรือ?
สิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวออกมานั้น ตรงกับสิ่งที่เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างคิดอยู่ในใจ
ไม่ว่าขุนนางเหล่านั้นจะเลือกยืนข้างฝ่ายหนุนหลังฮ่องเต้ ฝ่ายจงเจิ้งเสียน หรือฝ่ายจงเจิ้งอวี่และเมิ่งฉีฮ่วน แต่ตราบใดที่ยังมีสิทธิ์มีเสียงยืนอยู่บนท้องพระโรงแห่งนี้ ทุกคนต่างก็ปรารถนาจะสร้างผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อแคว้นตงฮั่นอย่างแท้จริง
เนื้อหาที่ถูกเปิดเผยในจดหมายลายลักษณ์อักษรของกษัตริย์แคว้นเหลี่ยหลานนั้นรุนแรงและสั่นสะเทือนเกินไป จนเหล่าขุนนางต่างพากันอึ้งจนพูดไม่ออก ในจังหวะนี้เอง เมิ่งฉีฮ่วนในฐานะเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงจึงก้าวออกมาดึงประเด็นกลับสู่เรื่องผืนแผ่นดินของแคว้นตงฮั่น ทำให้เหล่าขุนนางพากันขานรับเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันทันที
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเห็นว่าไม่มีใครเอ่ยถึงเนื้อหาในจดหมายฉบับนั้นอีก จึงพยายามสะกดกลั้นความโกรธแค้นในอก โบกมือพลางแสร้งทำเป็นเมตตาเอ่ยว่า
“ฉีอ๋องกล่าวได้ถูกต้อง ในเมื่อครั้งนี้แคว้นเหลี่ยหลานแสดงความจริงใจอย่างเปี่ยมล้น เช่นนั้นก็ให้นายพลซานจี๋รีบออกเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วเถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คณะทูตแคว้นเหลี่ยหลานก็ร้องถวายพระพรทรงพระเจริญหมื่นปีอีกครั้ง ก่อนจะถอยร่นออกจากตำหนักจินหลวนไป
ทันทีที่คณะทูตคล้อยหลัง ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นตั้งท่าจะประกาศเลิกประชุมเช้าตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าเขากลับช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะเ