มิ่งฉีฮ่วนส่งเสียงเรียกเขาไว้ทันควัน
“ฝ่าบาท ก่อนหน้านี้องค์ชายใหญ่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าผู้ที่สมคบคิดกับต่างชาติคือบุตรอนุตระกูลเฉิน แต่ยามนี้กษัตริย์แคว้นเหลี่ยหลานกลับส่งหลักฐานมายืนยันด้วยพระองค์เองว่าเป็นฝีมือขององค์ชายรอง ฝ่าบาทควรจะคืนความเป็นธรรมให้ตระกูลเฉินหรือไม่ขอรับ?”
พูดพลาง เมิ่งฉีฮ่วนก็ใช้นิ้วปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนชุดขุนนางลายมังกรเบา ๆ สายตาเรียบเฉยปัดผ่านเหล่าขุนนางในที่นั้น น้ำเสียงแม้จะเย็นชาแต่กลับเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
“อย่างไรเสียตระกูลเฉินก็เป็นขุนนางที่มีความดีความชอบในการก่อตั้งแคว้นตงฮั่นมากว่าสามร้อยปี จะป้ายความผิดร้ายแรงเช่นนี้ให้ตระกูลขุนนางเก่าแก่ไม่ได้ ต่อให้ผู้นั้นจะเป็นเพียงบุตรอนุ แต่เขาก็เป็นคนของตระกูลเฉิน เป็นลูกหลานของขุนนางผู้มีความชอบ”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นฟังแล้วรู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะ แทบจะทรงตัวไม่อยู่จนเกือบเป็นลมล้มพับไป
นี่เมิ่งฉีฮ่วนกำลังป่วนแผนการของเขา! เป็นการป่วนอย่างถอนรากถอนโคน!
ความเห็นแก่ตัวลึก ๆ ของฮ่องเต้คือการรักษาชีวิตจงเจิ้งเซวียนเอาไว้ แม้ก่อนหน้านี้เขาจะยอมให้จงเจิ้งเสียนแอบคอยสกัดขาจงเจิ้งเซวียนมานานหลายปี แต่เมื่อถึงเวลาเข้าตาจนจริง ๆ เขากลับตัดใจประหารบุตรชายในไส้ไม่ลง!
แต่เมิ่งฉีฮ่วนไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น!
ฮ่องเต้ถึงกับยอมขยับหมากที่วางไว้ในตระกูลเฉิน โดยบีบให้คนในตระกูลแตกออกเป็นสองฝ่าย เพื่อส่งบุตรอนุที่ไม่มีความสำค