ัญออกมาเป็นแพะรับบาปแทนจงเจิ้งเซวียน อีกทั้งเขายังยอมถอยก้าวใหญ่ด้วยการสั่งกักขังจงเจิ้งเซวียนไว้ในกรมอาญาตลอดชีวิตแล้ว แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็ยังไม่พอใจ!
เขาต้องการให้จงเจิ้งเซวียนตาย…
ทำไม! ทำไมเขาต้องจองล้างจองผลาญเอาชีวิตจงเจิ้งเซวียนให้ได้ถึงขนาดนี้!
“เรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เอาไว้ค่อยหารือกันภายหลังเถิด” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นโบกมือด้วยสีหน้าอิดโรย เตรียมจะลุกขึ้นเพื่อเลิกประชุม
ทว่าเมิ่งฉีฮ่วนกลับไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว “ฝ่าบาท คณะทูตแคว้นเหลี่ยหลานเดินทางมาถึงที่นี่พร้อมมอบความจริงใจอย่างที่สุด หรือฝ่าบาทยังจะยืนกรานปกป้องความผิดขององค์ชายรองอีก?
ข้าบังอาจขอเตือนฝ่าบาทว่า ข่าวที่กษัตริย์แคว้นเหลี่ยหลานส่งจดหมายมายืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเขากับองค์ชายรองจะแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงในไม่ช้า ฝ่าบาทอยากให้ราษฎรของพระองค์มองว่าพระองค์เป็นประมุขที่มืดบอดและลำเอียงปกป้องคนผิดอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดของเมิ่งฉีฮ่วนไร้ซึ่งความเกรงใจจนแม้แต่จงเจิ้งอวี่ยังลอบเหงื่อตก เพราะเกรงว่าฮ่องเต้จะพิโรธจนไม่เพียงไม่ประหารจงเจิ้งเซวียน แต่อาจจะประหารเมิ่งฉีฮ่วนแทน…
“เราบอกแล้วว่า เรื่องนี้สำคัญนัก ค่อยหารือกันวันหลัง…” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเริ่มสะกดกลั้นรังสีอำมหิตในแววตาไว้ไม่อยู่เสียแล้ว
“เรื่องนี้กระทบถึงเกียรติยศแคว้น ขอฝ่าบาทโปรดรีบตัดสินใจด้วย” เมิ่งฉีฮ่วนยกยิ้มมุมปาก เขาไม่คิดจะรอวันหลังแม้แต่น้อย
“อีกอย่าง หา