ถูกหลี่ต้าเฉิงหยามศักดิ์ศรี “เจ้าคิดว่าหลี่เยว่หานถูกจวนอู่กั๋วกงรับตัวกลับไปแล้วจะยอมกลับมานับถือคนอย่างเจ้าเป็นพ่อหรือ! อย่าลืมสิ ตอนเจ้าป่วยใกล้ตาย ยัยเด็กอกตัญญูนั่นไม่เคยส่งเงินมาที่บ้านแม้แต่เหรียญเดียว มีแต่ลูกสาวของข้าที่ส่งเงินมาให้ซื้อยา! และก็เป็นข้าที่คอยดูแลเจ้าอย่างเหนื่อยยาก! ตอนนี้เจ้ากล้าดีอย่างไรมาปั้นหน้าใส่ข้า! ดูเจ้าตอนนี้สิ สภาพเหมือนสุนัข! ได้แต่เที่ยวขอทานเขาไปวัน ๆ!”
หวังเฟิ่งแทบจะเต้นผาง หลี่ต้าเฉิงกล้าดูถูกนางถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
“เจ้าอยากจะคิดอย่างไรก็เชิญเถิด” แม้หลี่ต้าเฉิงจะหายป่วยแล้ว แต่ร่างกายยังคงอ่อนแออยู่บ้าง ตอนออกจากโรงหมอ คนที่นั่นหวังดีมอบไม้พองให้เขาใช้พยุงกายหนึ่งอัน ประกอบกับเขาสวมเสื้อผ้าปะชุนขาดวิ่น แม้จะสะอาดสะอ้านแต่ก็ดูไม่เรียบร้อยนัก การถูกเข้าใจว่าเป็นขอทานจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
“หวังเฟิ่ง” หลี่ต้าเฉิงหมดความอดทนในที่สุด “เจ้าจงวางใจเถอะ ต่อให้ข้าต้องขอทานประทังชีวิตเหมือนสุนัข ข้าก็จะไม่ไปขอเงินหลี่หรงหรงมาใช้สอย และจะไม่ไปก้าวก่ายชีวิตใหม่ของเจ้าเด็ดขาด ในเมื่อเจ้ากับข้าหย่าขาดกันแล้ว ก็ให้มันจบสิ้นกันไป หวังว่าวันหน้าหากเจอหน้ากันก็จงทำเป็นไม่เห็นข้า ข้าเองก็จะพยายามไม่โผล่ไปให้เจ้าเห็นเช่นกัน”
พูดจบ หลี่ต้าเฉิงก็ก้าวเดินจากไป
หวังเฟิ่งคงยังโอ้อวดไม่สะใจ จึงตะโกนเรียกหลี่ต้าเฉิงไว้อีก “อย่ามาทำท่าทางเหมือนถูกทอดทิ้งเช่นนี้! บ