บฟัง” หลี่เยว่หานนั่งมองดูลูกทั้งสองอยู่ที่ข้างเตียงเล็กครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นสั่งความสั้น ๆ กับแม่นมและเสี่ยวอวิ๋นแล้วจึงเดินจากไป
หลังจากหลี่เยว่หานไปแล้ว แม่นมก็ทอดถอนใจยาว “เสี่ยวอวิ๋นเอ๋ย วันข้างหน้าเจ้าก็ต้องออกเรือน ถึงตอนนั้นต้องดูให้ดี ๆ อย่าได้ถูกผู้ชายจอมปลอมพวกนั้นหลอกเอาได้ ข้าจะบอกให้นะ ผู้ชายที่ไปเที่ยวหอนางโลมน่ะไม่ใช่คนดีหรอก เช่นเดียวกับฉีอ๋องในยามนี้ ที่ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน!”
…
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก หลี่เยว่หานถอดผ้าคลุมและล้างเครื่องประดับออกพลางแช่เท้าในน้ำอุ่น หงซิ่ว สาวใช้คนสนิทกำลังปูเตียงให้นางด้วยท่าทางเหม่อลอยเหมือนมีเรื่องหนักใจ
หลี่เยว่หานนึกสนุกจึงเอ่ยหยอกล้อ “ดูซิ หงซิ่วของเราทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ หรือว่ากำลังมีใจริรักเข้าเสียแล้ว?”
ได้ยินเช่นนั้น หงอวี้ที่กำลังหวีผมให้หลี่เยว่หานก็หัวเราะร่า “หากนางมีความรักขึ้นมาจริง ฟูเหรินจะช่วยเป็นธุระจัดการให้ไหมเจ้าคะ?”
“ย่อมต้องจัดการให้อยู่แล้ว…”
หงซิ่วถูกล้อจนหน้าแดงก่ำ นางรีบปูผ้าห่มให้เสร็จแล้วหันมามองหลี่เยว่หานกับหงอวี้ด้วยแววตาจริงจัง “ฟูเหรินอย่าหยอกบ่าวเล่นเลยเจ้าค่ะ บ่าวเพียงแต่คิดถึงเรื่องที่ได้ยินในห้องของคุณหนูเมื่อครู่แล้วรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนฟูเหรินเหลือเกิน จะเอาเวลาที่ไหนไปคิดเรื่องรักใคร่กันเล่า”
“โอ้?” หลี่เยว่หานอุทานเรียบ ๆ “ทำไมถึงคิดว่าไม่ยุติธรรมแทนข้าล่ะ?”
“ตอนที่ฟูเหรินให้กำเนิดค