ุณหนูทั้งสอง ท่านแทบเอาชีวิตไม่รอดเกือบจะสิ้นลมไปแล้ว แต่ฉีอ๋องกลับหย่าขาดจากฟูเหรินแล้วส่งกลับมาจวนกั๋วกง กระทั่งลูกก็ไม่เหลียวแล ผู้ชายแบบนี้ไม่คุ้มค่าให้ฟูเหรินต้องไปคำนึงถึงเลยสักนิด!”
“ใครบอกว่าข้าคำนึงถึงเขากัน” หลี่เยว่หานตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “เมิ่งฉีฮ่วนแม้จะเป็นคนดี แต่ยามนี้เขาคือตัวแปรสำคัญท่ามกลางศึกชิงบัลลังก์ที่กำลังร้อนระอุ หากข้ายังอยู่ข้างกายเขา ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งข้าอาจจะรักษาชีวิตตนเองเอาไว้ไม่ได้”
คำพูดนี้ทำเอาหงซิ่วและหงอวี้ถึงกับอึ้งไป
สองพี่น้องคู่นี้เป็นบ่าวที่เติบโตมาในจวนกั๋วกง ย่อมมีความเข้าใจในเรื่องเล่ห์เหลี่ยมการเมืองมากกว่าคนทั่วไป เดิมทีพวกนางเพียงแต่รู้สึกแค้นเคืองแทนหลี่เยว่หาน แต่พอได้ฟังนางวิเคราะห์เช่นนี้ ก็เหมือนดวงตาเห็นธรรมขึ้นมาทันที
จริงด้วย! ฉีอ๋องเป็นพระโอรสองค์เล็กของอดีตจักรพรรดิ ตามกฎมณเฑียรบาลของแคว้นตงฮั่น หากฝ่าบาทจะส่งต่อบัลลังก์ ฉีอ๋องคือผู้สืบทอดอันดับหนึ่ง! ไม่ว่าจะเป็นอดีตรัชทายาทหรือรัชทายาทคนปัจจุบัน ล้วนต้องถอยไปอยู่อันดับรองทั้งสิ้น!
แม้ยามนี้ฉีอ๋องจะได้รับแต่งตั้งเป็นชินหวัง แต่รากฐานอำนาจยังไม่มั่นคง อีกทั้งยังขวางทางเดินของอดีตรัชทายาทและรัชทายาทองค์ปัจจุบันจนกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกคน การเป็นคนใกล้ชิดของเขาในยามนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีจริง ๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้ หงซิ่วและหงอวี้ก็เริ่มรู้สึกขวัญผวาขึ้นมา “โชคดีจริง ๆ ที่ฟูเห