ล้ว ประกอบกับนางเป็นพวกคลั่งไคล้เรื่องซุบซิบเป็นทุนเดิม ย่อมมองความคิดเล็กคิดน้อยของหยวนหลิงเอ๋อร์ออกทะลุปรุโปร่ง
“มู่หวังเฟยโปรดระวังคำพูดด้วยเพคะ” ฮูหยินใหญ่จวนอู่กั๋วกงเริ่มร้อนรน หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ชื่อเสียงของหยวนหลิงเอ๋อร์ย่อมป่นปี้ แล้ววันหน้าจะออกเรือนได้อย่างไร! “หลิงเอ๋อร์ยังเด็กนักย่อมไม่รู้ความ… นี่… นี่เป็นเพียงคำพูดไม่คิดของเด็ก จะถือเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไรกัน…”
“คำพูดนี้ไม่ถูกนะเจ้าคะ” หลี่เยว่หานช่วยซ้ำเติมทันควัน “คุณหนูใหญ่หยวนอายุมากกว่าพี่หลันเอ๋อร์ของข้าตั้งหลายเดือน จะบอกว่ายังเด็กไม่รู้ความได้อย่างไร”
เหล่าสตรีในเมืองหลวงมักจะออกเรือนค่อนข้างช้า อวี๋หลันอายุมากกว่าหลี่เยว่หานไม่กี่เดือนทว่ายังไม่ได้หมั้นหมาย แต่หยวนหลิงเอ๋อร์คนนี้อายุมากกว่าอวี๋หลันถึงสองเดือน และได้ยินว่ากำลังอยู่ในช่วงเจรจาสู่ขอแล้วด้วยซ้ำ
“ฮั่นหรงฟูเหริน ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่พอใจเพราะคำพูดของหลิงเอ๋อร์ แต่หลิงเอ๋อร์ก็ไม่ได้พูดอะไรผิด เจ้าอย่าได้หาเรื่องเติมเชื้อไฟเลย” เมื่ออู่กั๋วกงฟูเหรินเห็นหลี่เยว่หานเอ่ยปาก นางก็ปั้นหน้ายักษ์ตวาดตำหนิทันที
“การอบรมสั่งสอนของจวนอู่กั๋วกงมันเป็นยังไงกันแน่” มู่หวังเฟยเอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อบุตรสาวบ้านตัวเองพูดจาไม่รู้จักกาลเทศะจนเจ้าภาพไม่พอใจ แทนที่จะสำนึก กลับมาต่อว่าเจ้าภาพว่าหาเรื่องเติมเชื้อไฟอย่างนั้นหรือ?”
พูดจบ มู่หวังเฟยก็นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจ