ยบเฉย น้ำเสียงไร้ความรู้สึก “เจ้าคิดว่าหากไม่มีเจ้าแล้ว เปิ่นหวางจะแสดงงิ้วฉากนี้ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”
“หึ ท่านช่างเก่งกาจนักนะ ถ้าท่านเก่งจริง เหตุใดต้องส่งนังตัวดีหลี่เยว่หานนั่นไปให้พ้นตัวด้วยเล่า!” จี้ซินเยว่แผดเสียงด่าอย่างไม่ยินยอม
เพียะ!
ฝ่ามือหนักๆ ฟาดลงบนใบหน้าของจี้ซินเยว่อย่างแรง “เจ้าจำใส่หัวไว้เสียว่า ยามนี้เจ้าเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น หากทำให้เปิ่นหวางไม่พอใจขึ้นมา ต่อให้ฆ่าเจ้าทิ้ง ตระกูลเฉินก็คงไม่ว่าอะไร อย่างไรเสียเจ้าก็บอกเองมิใช่หรือว่าตระกูลเฉินยังมีคุณหนูใหญ่เฉินเสวี่ยหนิงอยู่อีกคน ซึ่งเหมาะที่จะคู่กับองค์ชายสามพอดี”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น จี้ซินเยว่ก็เบิกตากว้าง มองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยความไม่อยากเชื่อ “ท่าน… ท่านไร้น้ำใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“กับเจ้า เหตุใดข้าต้องมีน้ำใจด้วย” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสียงเรียบ “คนอื่นไม่รู้ แต่ในใจเจ้าคงรู้ดีที่สุดมิใช่หรือว่า ใต้เท้าเฉินในปีนั้นตายได้อย่างไร?”
จี้ซินเยว่ปิดปากเงียบสนิททันที ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก
ใช่แล้ว ความตายของใต้เท้าเฉินในปีนั้น นางมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก หากนางไม่ลอบส่งคนไปเอาเสื้อผ้าของคนป่วยวัณโรคมาซ่อนไว้ในห้องหนังสือของเฉินเหอหยวน เฉินเหอหยวนย่อมไม่มีทางติดโรคร้ายนั่นได้
ในตอนนั้น เฉินเหอหยวนรู้สึกว่าตนเองอายุมากเกินไป การได้แต่งกับจี้ซินเยว่ถือว่าทำให้นางต้องลำบาก ดังนั้นแม้จะแต่งงานกันมาหลายปี ทั้งสองกลั