าศจึงคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนต่างพากันกล่าวคำอวยพรที่เป็นมงคลแก่หลี่เยว่หาน ซึ่งนางก็ตอบรับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนดูไม่ออกเลยว่ามีความโศกเศร้า ราวกับว่าเรื่องการหย่าร้างกับฉีอ๋องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง
“ของกำนัลจากจวนฉีอ๋องมาถึงแล้ว—” จู่ ๆ คนเฝ้าประตูก็ขานชื่อด้วยเสียงอันดัง ทำให้ทุกคนในงานเหมือนถูกกดปุ่มหยุดนิ่ง คำพูดที่ค้างอยู่ในปากต่างถูกกลืนลงคอ และพร้อมใจกันหันไปมองที่ประตูใหญ่
ร่างหนึ่งในอาภรณ์สีแดงสดใสเดินนวยนาดเข้ามาโดยมีสาวใช้คอยพยุง แขกผู้มาเยือนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจี้ซินเยว่
“หม่อมฉันคารวะท่านโหว คารวะกั๋วกงฟูเหริน” จี้ซินเยว่คลุกคลีอยู่ในวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวงมานาน กิริยามารยาทจึงไร้ที่ติ “จวนฉีอ๋องได้รับเทียบเชิญจากจวนซิงกั๋วกง ท่านอ๋องจึงสั่งให้หม่อมฉันนำของกำนัลมามอบให้ค่ะ”
พูดจบ จี้ซินเยว่ก็โบกมือเรียกให้บ่าวรับใช้ขนของเข้ามาในจวน
เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของฟางจื่อหลานก็มืดมนลงทันที นางเอ่ยปากขัดขึ้นมาในทันใด “ช้าก่อน! จวนซิงกั๋วกงของข้าไม่เคยส่งเทียบเชิญไปที่จวนฉีอ๋อง และไม่กล้ารับของกำนัลจากจวนฉีอ๋องด้วย ชายารองฉีอ๋องเชิญกลับไปเสียเถิด!”