ความรักของเจ้าน่ะ มันมาจากเรื่องซุบซิบหลังมื้ออาหารของชาวบ้าน เป็นภาพลักษณ์ที่เจ้าดิ้นรนอยากจะเป็นให้ได้เองต่างหาก”
กล่าวจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
หิมะในเมืองหลวงตก ๆ หยุด ๆ ไม่ยอมสิ้นสุดเสียที
หลังจากหลี่เยว่หานกลับมาจากโรงเตี๊ยมปาเซียนมายังจวนซิงกั๋วกง นางก็ถูกฟางจื่อหลานตำหนิขนานใหญ่ และถูกบังคับให้อุดอู้อยู่แต่ในห้องนานถึงสองวัน จนกระทั่งพ้นช่วงอยู่ไฟพอดี เดิมทีจวนซิงกั๋วกงตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงฉลองครบเดือน แต่หลี่เยว่หานปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่ายามนี้อากาศหนาวเหน็บ การจัดงานเลี้ยงจะทำให้เด็ก ๆ ลำบากเปล่า ๆ
ทว่าฟางจื่อหลานไม่ยอม นางยืนกรานจะจัดงานเลี้ยงนี้ให้ได้ เพื่อต้องการให้ทุกคนในเมืองหลวงเห็นชัด ๆ ว่า ถึงแม้หลี่เยว่หานจะตัดขาดกับจวนฉีอ๋องไปแล้ว แต่นางยังคงเป็นแก้วตาดวงใจของจวนซิงกั๋วกงเสมอ
ด้วยเหตุนี้ ท่านโหวผู้เฒ่าถึงกับมาเกลี้ยกล่อมหลี่เยว่หานด้วยตนเอง นางจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมตกลง
ในวันจัดงานเลี้ยงฉลองครบเดือน ท้องฟ้าในเมืองหลวงกลับมาแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ฟางจื่อหลานตื่นแต่เช้ามาเลือกชุดใหม่ที่สั่งตัดให้หลี่เยว่หาน โดยเลือกชุดกระโปรงนวมสีอ่อนที่ดูหรูหราสง่างามที่สุด จากนั้นยังคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอก คาดผ้าพันหน้าผากกันลมหนาว และเกล้าผมอย่างประณีตดูอ่อนหวาน ก่อนจะพานางเข้าสู่งานเลี้ยง
งานเลี้ยงของจวนซิงกั๋วกงย่อมมีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย บรรยาก