บเขาอีกด้วย คิดดูแล้วในใจน้องเยว่หานคงจะเจ็บปวดรวดร้าวนัก ท่านแม่ก็ช่วยอยู่เป็นเพื่อนและคอยปลอบประโลมใจนางให้มาก ๆ นะเจ้าคะ”
“นังเด็กคนนี้! เจ้าพูดจาอะไรออกมา!” ฟางจื่อหลานไม่คิดเลยว่าอวี๋ลานจะโพล่งเรื่องนี้ออกมาต่อหน้าหลี่เยว่หานอย่างไม่เกรงใจ นางรีบจะเข้าไปปิดปากบุตรสาว แต่กลับถูกหลี่เยว่หานรั้งตัวเอาไว้เสียก่อน
“ท่านแม่ เรื่องที่คุณพี่ลานกล่าวมา ข้าทราบหมดแล้วเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานยิ้มบาง ๆ “สองวันที่ผ่านมาแม้ข้าจะหลับลึก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดสติของข้ายังคงตื่นรู้อยู่ เรื่องใหญ่ขนาดฉีอ๋องรับชายารอง ข้าเองก็พอจะคาดเดาไว้ในใจแล้วเจ้าค่ะ”
“เยว่หาน…” ฟางจื่อหลานถึงกับงงงันเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาว
แม้แต่อวี๋ลานที่ตั้งใจจะมายั่วโทสะหลี่เยว่หานก็ถึงกับไปไม่ถูกเช่นกัน
ไหนว่าหลี่เยว่หานหลับไปตั้งสองวัน? แล้วเหตุใดนางถึงบอกว่าสตินางยังแจ่มชัดอยู่เล่า?
เดิมทีอวี๋ลานหวังจะเห็นหญิงชาวป่าอย่างหลี่เยว่หานเสียขวัญหรือคลุ้มคลั่งเมื่อได้ยินข่าวร้ายแรงเช่นนี้ แล้วนางจะช่วยราดน้ำมันบนกองไฟอีกสักนิด เผื่อว่าฟางจื่อหลานจะโกรธจนขับไล่แม่ลูกสามคนนี้ออกไปจากจวนกั๋วกงเสีย!
ใครจะไปนึกว่าหลี่เยว่หานจะสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้!
“ทุกอย่างบนโลกล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ในเมื่อโชคชะตาลิขิตมาเช่นนี้ นอกจากยอมรับแล้ว ข้าก็ไร้หนทางจะฝืนลิขิตสวรรค์” หลี่เยว่หานมองสองแม่ลูกด้วยสายตาเรียบเฉย ใบหน้าของนางไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออก