มา
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีที่สุดแล้ว” ฟางจื่อหลานเป็นฝ่ายได้สติก่อน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ “ทว่าเมิ่งฉีฮ่วนเหตุใดถึงใจดำอำมหิตนัก แม้แต่ลูกของตัวเองก็ยังไม่ไยดี เขาเป็นคนประเภทไหนกัน!”
“ท่านแม่เจ้าคะ” หลี่เยว่หานเอื้อมมือไปกุมมือฟางจื่อหลานไว้ “ยามนี้ฉีอ๋องอยู่สูงเกินเอื้อม แม้แต่เด็กที่เกิดจากท้องข้า ในสายตาเขาคงเป็นเพียงสิ่งที่ต่ำต้อยไร้ค่า ดังนั้นไม่มีอะไรน่าแปลกใจหรอกเจ้าค่ะ มันก็แค่สันดานของมนุษย์เท่านั้น”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น แม้แต่อวี๋ลานที่อยากจะหาเรื่องก็เริ่มรู้สึกสงสารขึ้นมา “เดิมทีข้ายังคิดว่าเขาเป็นบุรุษรูปงามที่มีความสามารถ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงเศษสอยที่ภายนอกดูดีแต่ภายในเน่าเฟะเสียมากกว่า!”
“พี่ลานเริ่มรู้สึกว่าเมื่อก่อนตัวเองตาถั่วที่มองคนผิดไปแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?” หลี่เยว่หานถือโอกาสเอ่ยกระเซ้า
“ใช่สิ ตอนนี้คิดดูแล้วข้าก็น่าโง่นักที่เกือบจะมีเรื่องกับคนในครอบครัวเพื่อผู้ชายพรรค์นั้น จริง ๆ เลย… เอ้อ…” เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกให้พูดความในใจออกมา คุณหนูลานก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนพลางมองหลี่เยว่หานและฟางจื่อหลานอย่างขัดเขิน
หลี่เยว่หานมิได้ถือสา “ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ใครบ้างยามเยาว์วัยจะไม่เคยตาถั่วมองคนผิด ไม่ใช่ความผิดที่เราตาบอดหรอกเจ้าค่ะ แต่ผิดที่ ‘บุรุษชั่วช้า’ มันมีมากเกินไปต่างหาก”
“บุรุษ… สารเลว?” อวี๋ลานเบิกตากว้าง ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของ