คำนี้นัก
“ก็หมายถึงผู้ชายที่ชั่วช้าถึงที่สุด เป็นเศษมนุษย์อย่างไรเล่าเจ้าคะ” หลี่เยว่หานอธิบาย
อวี๋ลานพยักหน้าเห็นด้วยทันที “บุรุษสารเลว! ใช่! มันคือบุรุษสารเลว! โธ่… ข้านี่มันแย่จริง ๆ เมื่อครู่ยังคิดจะให้ท่านแม่ไล่เจ้าออกไปอยู่เลย ตอนนี้คิดดูแล้ว พวกเจ้าแม่ลูกกำพร้ามีจวนกั๋วกงเป็นบ้านเพียงหลังเดียวเท่านั้น ท่านแม่ ข้าสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ!” อวี๋ลานกล่าวพลางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ฟางจื่อหลานอย่างออดอ้อน
“รู้สำนึกก็ดีแล้ว ยังดีที่น้องเยว่หานไม่ถือสาเจ้า มิเช่นนั้นแม่ก็คงไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่” ฟางจื่อหลานเอ่ยสำทับบุตรสาวโดยมิได้โกรธเคืองจริงจัง
หลี่เยว่หานมองภาพความกลมเกลียวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มละมุน ทว่าในใจกลับเริ่มวางแผนการของตนเอง
อวี๋ลานคนนี้แม้จะเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่ก็นับว่าเป็นคนเปิดเผย เก็บอารมณ์ไม่เป็น นางคิดจะทำอะไร แค่อ้าปากคนรอบข้างก็รู้หมดแล้ว
ดังนั้นนางจึงไม่ใช่คนชั่วร้าย และไม่ใช่ศัตรูของหลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานคุยกับสองแม่ลูกต่ออีกครู่หนึ่ง จนหว่านล้อมให้ฟางจื่อหลานไปนั่งเย็บผ้ากับอวี๋ลานและอวี๋จิ่นได้สำเร็จ จากนั้นนางจึงหยิบเตาพกเดินออกจากจวนซิงกั๋วกง ขึ้นรถม้ามุ่งหน้าตรงไปยังหอเทียนฝานทันที
ทว่ายังไม่ทันถึงที่หมาย หลี่เยว่หานก็ได้ยินข่าวร้ายว่าหอเทียนฝานถูกฉีอ๋องพาคนเข้าพังพินาศเสียแล้ว
หลี่เยว่หานนั่งอยู่ในรถม้า นางหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ พลางบอกตัวเองว่าทั้งหมดนี้ต้