องเป็นแผนการของเมิ่งฉีฮ่วนแน่ เขาไม่ใช่คนใจคอคับแคบไร้เยื่อใยเช่นนั้น
จากนั้นรถม้าก็กลับลำ มุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิ่วทันที
ยามนี้ผู้คนในจวนตระกูลหลิ่วต่างเก็บตัวเงียบเชียบ หากไม่จำเป็นก็จะไม่ย่างกรายออกจากบ้าน ทหารองครักษ์ที่หลี่เยว่หานเคยทิ้งไว้เพื่อคุ้มครองพวกเขาก็ถูกถอนกำลังกลับไปหมดแล้ว ในสายตาของคนภายนอก เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานได้ตัดขาดเยื่อใยต่อกันจนสิ้น
เมื่อเคาะประตูจวนตระกูลหลิ่ว หลี่เยว่หานก็ถูกเชิญเข้าไปรอที่โถงรับรอง ไม่นานนักหลิ่วเทียนเสียงและภรรยาก็ออกมาพบนาง
“เยว่หานคารวะท่านพ่อบุญธรรมและท่านแม่บุญธรรมเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานย่อกายทำความเคารพ
หลิ่วฮูหยินรีบเข้าไปประคองนางไว้ “เจ้ายังไม่พ้นกำหนดอยู่ไฟเลย อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ เหตุใดถึงออกมาข้างนอกได้”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานมองทั้งสองด้วยแววตาซาบซึ้งใจ เมื่อเห็นว่าพวกเขามีความห่วงใยให้นางอย่างจริงใจ นางจึงค่อย ๆ เอ่ยว่า “ข้าอยู่ที่จวนกั๋วกงได้ยินข่าวว่าหอเทียนฝานเกิดเรื่อง จึงอยากมาดูว่าท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านปู่ทวดเป็นอย่างไรบ้าง มีอันตรายหรือไม่เจ้าค่ะ”
“พวกเราไม่เป็นไร” หลิ่วเทียนเสียงบุ้ยปากให้ภรรยาประคองหลี่เยว่หานให้นั่งลง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “โชคดีที่เชื่อฟังเจ้า สั่งหยุดกิจการที่ร้านค้าทั้งหมดก่อนปิดเมือง และเก็บค่าเช่าจากไร่นาเรียบร้อยแล้ว ปีนี้จึงพอจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”
“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานพยักหน้