งจื่อหลานค้านทันควัน “ช่วงนี้หิมะตกหนัก ข้างนอกหนาวเย็นนัก ร่างกายเจ้ายังอ่อนแอ เดี๋ยวจะจับไข้เอาได้”
“ท่านป้าเจ้าคะ” หลี่เยว่หานกุมมือฟางจื่อหลานแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม “ข้าจะสวมเสื้อผ้าหนา ๆ อีกอย่างข้านอนมานานจนรู้สึกอึดอัด อยากจะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้างเจ้าค่ะ”
ฟางจื่อหลานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายินยอม “ก็ได้ ข้าจะให้สาวใช้มาช่วยเจ้าแต่งตัว แต่ออกไปได้เพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้นนะ จำไว้!”
“เจ้าค่ะ ข้าจำได้แล้ว!” หลี่เยว่หานพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
ฟางจื่อหลานลุกขึ้นสั่งการให้สาวใช้มาช่วยแต่งตัวให้หลี่เยว่หานจนหนาเตอะ ทั้งยังคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกอย่างแน่นหนา มิหนำซ้ำยังยัดเตาพกอุ่น ๆ ใส่มือเพื่อให้นางอบอุ่นที่สุด ก่อนจะพานางเดินออกจากห้อง
ภาพตรงหน้าเป็นไปตามที่ฟางจื่อหลานบอก ทั่วทุกแห่งถูกปกคลุมด้วยสีขาวโพลนของหิมะ ทำให้จวนซิงกั๋วกงที่เดิมทีหลี่เยว่หานไม่คุ้นเคยอยู่แล้ว ยิ่งดูแปลกตามากขึ้นไปอีก
หลี่เยว่หานยืนอยู่ที่ระเบียงเคียงข้างฟางจื่อหลาน มองดูสาวใช้ตัวน้อยวิ่งเล่นสนุกสนานกลางหิมะแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบา ๆ
“ท่านแม่ช่างลำเอียงนัก” เสียงใสไพเราะดังขึ้น นั่นคืออวี๋ลาน หรือคุณหนูลาน “พอได้ยินว่าน้องเยว่หานฟื้น ก็รีบมาที่นี่ทันที ที่รับปากว่าจะสอนลูกเย็บปักถักร้อย คงลืมไปเสียสิ้นแล้วกระมัง”
ฟางจื่อหลานมองอวี๋ลานที่กำลังเดินเข้ามาพลางยิ้มอย่างขัดเขิน ก่อนจะกล่าวว่า “เป็