ุงร่างกาย รสชาติหอมละมุนและช่วยฟื้นฟูกำลังได้เป็นอย่างดี
เดิมทีหลี่เยว่หานคิดจะ ‘ตื่น’ ขึ้นมา แต่เมื่อนึกถึงเมิ่งฉีฮ่วนที่กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว นางจึงลังเล
ช่างเถิด… หลับต่อไปเสียดีกว่า บางทีเรื่องทั้งหมดนี้อาจจะเป็นเพียงความฝัน พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างอาจจะกลับคืนสู่ความจริงดังเดิม
ด้วยความคิดนี้ หลังจาก ‘ทานอาหาร’ เสร็จ หลี่เยว่หานก็ผล็อยหลับไปจริง ๆ
นางตื่นมาอีกครั้งในเช้าวันที่สองหลังจากเมิ่งฉีฮ่วนได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋อง
คราวนี้นางไม่ได้แสร้งหลับ แต่เป็นฝ่ายเรียกหาคนเอง
ฟางจื่อหลานรีบพุ่งเข้ามาทันทีที่ทราบข่าว นางกุมมือหลี่เยว่หานไว้แน่นพลางถามด้วยความห่วงใย “เยว่หาน เจ้าฟื้นแล้ว มีตรงไหนไม่สบายหรือไม่? ให้ตามหมอมาดูหน่อยไหม?”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านป้า” หลี่เยว่หานส่ายหน้า “อาอี้กับอานิงล่ะเจ้าคะ?”
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานไม่เอ่ยถึงเมิ่งฉีฮ่วนแม้แต่คำเดียว ฟางจื่อหลานก็ไม่กล้าพูดแทรกขึ้นมา นางรีบสั่งให้คนไปพาเด็กทั้งสองมาหา ส่วนตัวเองก็ลงมือป้อนน้ำแกงเนื้อให้หลี่เยว่หานด้วยตนเอง
ทานน้ำแกงไปได้เพียงครึ่งเดียว แม่นมก็อุ้มอาอี้และอานิงเข้ามาในห้อง
เมื่อเห็นเด็กน้อยทั้งสองที่ผิวพรรณขาวผ่องหน้าตาน่ารักไร้เดียงสา ความเจ็บปวดลึก ๆ ในใจของหลี่เยว่หานก็พอจะทุเลาลงได้บ้าง
หลังจากทานอาหารเสร็จและอุ้มลูกอยู่พักหนึ่ง หลี่เยว่หานก็เอ่ยปากขอออกไปรับแสงแดดที่ลานบ้าน
“ไม่ได้เด็ดขาด” ฟา