ิ่งตระหนักได้ว่าตนเองทำพลาดไปมหันต์เพียงใด แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว…
“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะลงมือกับหลี่เยว่หานหรือ?” ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว สีหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
ได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็หัวเราะเย็น “หากเสด็จพี่อยากจะลงมือกับนางก็เชิญตามสบายเถิด อย่างไรเสียข้ากับนางก็หย่าขาดจากกันแล้ว ตอนนี้ทะเบียนบ้านของนางถูกย้ายเข้าไปอยู่ในจวนซิงกั๋วกงเรียบร้อย คนตระกูลอวี๋ให้ความสำคัญกับเยว่หานมากเพียงใด เสด็จพี่คงพิจารณาเองได้ หากท่านอยากจะแตกหักกับจวนซิงกั๋วกง ก็เชิญทำร้ายนางได้ตามใจชอบ”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นไม่ใช่ไม่เคยคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะใช้ไม้นี้ แต่ไม่นึกว่าเขาจะลงมือได้รวดเร็วปานนั้น ประกอบกับวันนี้เป็นวันที่หิมะแรกตกซึ่งเป็นวันหยุดราชการ หากเมิ่งฉีฮ่วนส่งคนไปจัดการเรื่องทะเบียนบ้านที่ศาลาว่าการก่อนเข้าวัง ป่านนี้ทุกอย่างคงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
เดิมทีนึกว่าวันหยุดเช่นนี้เมิ่งฉีฮ่วนจะทำอะไรไม่สะดวก ที่ไหนได้ เขากลับอาศัยจังหวะวันหยุดราชการนี้เองพลิกสถานการณ์ทั้งหมดกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ
แน่นอนว่าฮ่องเต้ย่อมไม่อาจหมางเมินกับจวนซิงกั๋วกงได้ และในเมื่อเมิ่งฉีฮ่วนหย่ากับหลี่เยว่หานแล้ว นางจึงกลายเป็นคนของตระกูลอวี๋ ฮ่องเต้ไม่สามารถใช้ตัวนางมาข่มขู่เขาได้อีกต่อไป เมิ่งฉีฮ่วนในตอนนี้จึงไร้ซึ่งจุดอ่อนโดยสิ้นเชิง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฮ่องเต้ก็ลอบถอนหายใจ “หากเจ้ามีความคับแค้นใจในอก ก็จงระบายมาท