ี่ข้าโดยตรงเถิด ไยต้องทำให้หลานชายทั้งสามคนของเจ้าต้องวุ่นวายปั่นป่วนกันไปหมดเช่นนี้!”
“คำกล่าวของเสด็จพี่ เหวินจั๋วไม่ค่อยเข้าใจนัก” เมิ่งฉีฮ่วนโต้กลับอย่างตรงไปตรงมา “องค์ชายใหญ่ฟื้นคืนชีพกลับมา นับเป็นเรื่องมงคลยิ่ง องค์ชายรองทำความผิดจริง ต่อให้ข้าไม่เปิดโปงในราชสำนัก ใต้หล้านี้ก็ย่อมได้รับรู้ ส่วนองค์ชายสามเป็นคนเที่ยงธรรม ซื่อตรง และมีผลงานการรบ ถือเป็นแบบอย่างของชายชาตรีในแผ่นดิน แล้วจะเรียกว่าวุ่นวายได้อย่างไร”
“ตามที่เจ้าว่ามา ตอนนี้หากบวกเจ้าเข้าไปอีกคน บัลลังก์ของข้านี้ ลูก ๆ ของข้าจะยังมีโอกาสอยู่อีกหรือ?” ฮ่องเต้ทอดถอนใจ “เจ้าอยากเป็นฮ่องเต้ขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ข้าไม่อยากเป็น” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ย “เพียงแต่ต่อให้ข้าบอกว่าไม่อยาก พวกท่านก็คงไม่มีใครเชื่อ นอกจากองค์ชายสามแล้ว พวกท่านพ่อลูกจะมีใครบ้างที่ไม่พยายามสูบผลประโยชน์จากข้าไปพร้อมกับระแวงข้าเยี่ยงโจร?”
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าตั้งใจจะสนับสนุนเจ้าสามขึ้นสู่อำนาจงั้นรึก?”
“เสด็จพี่คิดผิดแล้ว ข้ามาในวันนี้เพียงเพื่อจะบอกท่านว่า คดีการซ่องสุมพรรคพวกขององค์ชายรองนั้นเริ่มมีเบาะแสแล้ว ขอเพียงตรวจสอบย้อนไปตั้งแต่ครั้งแรกที่จงเจิ้งเสียนไปเยือนแคว้นเหลี่ยหลาน ใครก็ตามที่มีการติดต่อกับองค์ชายรองและตระกูลชุย คนผู้นั้นย่อมเป็นสมัครพรรคพวกของเขาอย่างแน่นอน”
“เจ้า…” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นไม่นึกว่าเขาจะวกกลับมาพูดเรื่องคดีของจงเจิ้งเซวียนอีก “เจ