!”
ซานจี๋แค่นเสียงหัวเราะ “สบายดีกับผีน่ะสิ ข้าใกล้จะตายอยู่แล้ว! เจ้ามาเพื่อหัวเราะเยาะข้าหรือไง!”
“จะเป็นไปได้ยังไง” เมิ่งฉีฮ่วนเหยียดยิ้มเย็น “ตอนนั้นท่านแม่ทัพซานจี๋มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ข้าไว้ขนาดนั้น ข้าจะใจจืดใจคอปล่อยให้ท่านนอนป่วยอยู่บนเตียงโดยไม่มาดูแลได้อย่างไร”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็ชูสองนิ้วขึ้นโบกเบา ๆ เฮ่อเจิ้งเทียนที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบนำขวดกระเบื้องก้าวเข้ามา บีบคางของซานจี๋แล้วกรอกยาลงไปหลายเม็ดอย่างรุนแรง
“แค่ก แค่ก แค่ก… แก… แกให้ข้ากินอะไรลงไป… แค่ก แค่ก…” เมื่อยาลงสู่กระเพาะ ซานจี๋ก็ไอออกมาอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเขาก็ผุดลุกขึ้นแล้วกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต
“นี่คือของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ข้ามอบให้ท่านแม่ทัพซานจี๋” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางบุ้ยปากให้มองไปที่กองเลือดสีดำบนพื้น
เมื่อซานจี๋ตั้งสติได้และก้มลงมอง เขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว “ข้า… ทำไมข้าถึงไอออกมาเป็นหนอนได้!”
“ท่านแม่ทัพซานจี๋ใกล้ชิดกับองค์ชายสอง ย่อมต้องรู้ว่าองค์ชายสองเชี่ยวชาญวิชากู่” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “บวกกับองค์ชายสองเป็นคนระแวดระวัง การที่ท่านถูกลอบวางยากู่โดยไม่รู้ตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ตอนแรกที่องค์ชายสามบอกว่าท่านป่วยหนักข้าก็สงสัยแล้ว พอมาเห็นวันนี้ ดูท่าท่านจะถูกวางกู่จริงๆ”
ได้ยินเช่นนั้น ซานจี๋ก็จ้องหน้าเมิ่งฉีฮ่วนอย่างดุร้าย เขาฝืนยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง หอบหายใจอย่างหนักหน