รารถนาจะติดตามรับใช้ฟูเหรินด้วยใจจริง ขอท่านแม่ทัพโปรดเห็นแก่ความภักดีของพวกข้าไว้ชีวิตพวกข้าด้วยเถิด!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็หยุดมือที่เช็ดดาบ เขาหรี่ตาลงครู่ใหญ่โดยไม่เอ่ยคำใด
บรรยากาศกดดันเสียจนทุกคนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เนิ่นนานกว่าที่เมิ่งฉีฮ่วนจะลดสายตาลง เขาแบมือออกแล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา “หิมะตกแล้ว”
สิ้นคำนั้น เขาก็ลุกขึ้นยืน ประกายเย็นวาบพาดผ่าน คนสิบกว่าคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ล้มลงสิ้นใจพร้อมกัน เมิ่งฉีฮ่วนยืนไพล่มืออยู่ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย ดาบในมือยังมีเลือดหยดติ๋ง ชุดคลุมสีดำดูเข้มขึ้นจนน่ากลัว
“ท่านแม่ทัพ” เฮ่อเจิ้งเทียนเดินฝ่าหิมะกลับมาอย่างรีบร้อน “ส่งฟูเหรินถึงจวนกั๋วกงอย่างปลอดภัยแล้วครับ ด้วยความช่วยเหลือของกั๋วกงฟูเหริน เจ้าหนูและเจ้าชายน้อยทั้งสองได้รับการดูแลเป็นอย่างดี”
เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะขว้างดาบทิ้งไป เขาหยิบผ้ากำมะหยี่มาเช็ดคราบเลือดที่กระเซ็นโดนมืออย่างใจเย็น แล้วจึงเอ่ยช้า ๆ ว่า “ไปกันเถอะ ไปดูซานจี๋หน่อย”
…
เรือนรับรอง
แม่ทัพซานจี๋นอนอยู่บนเตียง มือทั้งสองยังคงถูกพันธนาการด้วยตรวนเหล็ก ริมฝีปากซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าอาการป่วยหนักหนาไม่น้อย
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนผลักประตูเข้าไป ซานจี๋ลืมตาขึ้นมองแวบหนึ่งก่อนจะหลับตาลงอย่างเกียจคร้าน
“ท่านแม่ทัพซานจี๋” เมิ่งฉีฮ่วนลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงพลางเอ่ยเรียบ ๆ “หวังว่าท่านคงจะยังสบายดีนะ