วามทรงจำที่อบอุ่นและสว่างไสวที่สุดในชีวิตอันมืดมนของเขา
เมื่อก่อน เขาอาจจะยอมให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นบงการเพียงเพื่อให้มีชีวิตรอด ต่อให้รู้ชาติกำเนิดของตนเอง เขาก็ยังยินดีจะทำตัวเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็คือพี่ชาย คือญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลกใบนี้ ดังนั้นไม่ว่าฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจะสั่งอะไร เขาก็พร้อมจะทำด้วยความเต็มใจ
ต่อให้วันหนึ่งฮ่องเต้หลิงอวิ๋นสั่งให้เขาตาย ขอเพียงในมือเขามีดาบ เขาก็คงจะปลิดชีพตัวเองโดยไม่ลังเล
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เขามีหลี่เยว่หาน มีเมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิง เขามีครอบครัวแล้ว ไม่ใช่ผีเร่ร่อนที่ไร้ที่พึ่งพิงอีกต่อไป
ตั้งแต่วินาทีที่พระองค์ขัดขวางไม่ให้เขาออกจากเมืองหลวง เจตนาสังหารของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ชัดเจนยิ่งนัก เขาไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
มิฉะนั้น เขาคงต้องส่งทั้งแม่และลูกทั้งสามคนลงนรกไปพร้อมกัน
“ช่วงนี้พวกเจ้าลำบากดูแลฟูเหรินมามากแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ในมือถือผ้ากำมะหยี่คอยเช็ดดาบที่เปล่งประกายเย็นเยียบ เบื้องหน้าของเขาคือคังโหรว หมิงจู และเหล่าคนรับใช้ที่คุกเข่าอยู่
“ท่านแม่ทัพ แม้พวกข้าจะเป็นคนที่ฝ่าบาทและองค์ชายสามส่งมา แต่พวกข้าไม่เคยมีจิตใจเป็นอื่นต่อจวนแม่ทัพเลย ขอท่านแม่ทัพโปรดตรวจสอบด้วย!”
คังโหรวสมกับที่เป็นคนของฮ่องเต้หลิงอวิ๋น ในสถานการณ์เช่นนี้นางยังคงรักษาความสงบไว้ได้บ้าง “อีกอย่าง พวกข้าป