ก่อนจะขยับตัวหามุมสบาย ๆ ในอ้อมกอดของเขาแล้วผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากตอนคลอดลูกนางเสียเลือดมาก ร่างกายของหลี่เยว่หานจึงอ่อนแอมาโดยตลอด แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะเคยใช้น้ำพุวิญญาณช่วยปรับธาตุในร่างกายให้นางแล้ว ทว่ารากฐานที่บอบช้ำย่อมต้องใช้เวลาเยียวยาอย่างช้า ๆ นางจึงมักจะเหนื่อยง่ายและหลับลึกอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อเห็นใบหน้ายามนิทราที่แสนสงบของนาง เมิ่งฉีฮ่วนก็ทอดถอนใจออกมาเบา ๆ เขาหยิบขวดกระเบื้องที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมา เทตัวยาเม็ดเล็ก ๆ สองเม็ดแอบป้อนเข้าปากของนาง จากนั้นจึงลุกจากเตียง
“ส่งฟูเหรินและลูก ๆ ไปที่จวนกั๋วกงเถอะ” เมิ่งฉีฮ่วนผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดคลุมสีดำสนิท เขามองดูเฮ่อเจิ้งเทียนสั่งการให้คนรับใช้หามเกี้ยวเล็กที่บรรทุกร่างที่ยังหลับใหลของหลี่เยว่หานออกจากห้องอุ่นไป ก่อนจะยืนส่งนางขึ้นรถม้า และเหลือบมองลูกน้อยทั้งสองเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าสู่จวนแม่ทัพอย่างเด็ดเดี่ยว
ความสงบทั้งมวลล้วนเป็นไปเพื่อรอวันปะทุ เมิ่งฉีฮ่วนอดทนมานานหลายปี เดิมทีเขานึกว่าจะได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้หลิงอวิ๋นอย่างแท้จริง จึงทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อช่วยสนับสนุนโอรสของพระองค์ และเต็มใจก้าวเข้าสู่แผนลวงนั้น
บางทีหากหลี่เยว่หานยังไม่ปรากฏตัว เมิ่งฉีฮ่วนคงยังคงเฉยเมยต่อชีวิตที่ถูกบงการเช่นนี้ต่อไป
ทว่าหลังจากนางก้าวเข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกลับกลายเป็นค