ี่เยว่หานอย่างเป็นธรรมชาติ เขาประคองก้นเล็ก ๆ ของลูกน้อยให้ซบลงบนไหล่ มือหนาค่อย ๆ ลูบหลังให้เบา ๆ เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงอานิ่ง ‘เอิ๊ก’ ออกมาคำหนึ่ง พร้อมกับน้ำนมเล็กน้อยที่แหวะออกมาเปื้อนไหล่ของเขา
“ท่าทางตบหลังให้ลูกเรอของเจ้านี่ เอาคะแนนเต็มไปได้เลยค่ะ” หลี่เยว่หานล้อเลียนพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดไหล่ให้เขา
“ดูเหมือนสวรรค์จะส่งให้ข้าไปลองเลี้ยงจงเจิ้งหลิงซีก่อน เพื่อที่จะได้กลับมาดูแลลูกของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นน่ะสิ” เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้รังเกียจที่ไหล่เปียกแฉะแม้แต่น้อย หลังจากหลี่เยว่หานเช็ดทำความสะอาดให้แล้ว เขาก็อุ้มอานิ่งเดินไปมาเพื่อปลอบประโลม
ต้องยอมรับว่าเมิ่งฉีฮ่วนมีประสบการณ์ในการดูแลทารกอยู่ไม่น้อย เพียงครู่เดียวอานิ่งก็หลับสนิท
เขาวางลูกน้อยลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ขณะนั้นคังโหรวก็เข้ามารายงานที่หน้าประตูว่าอาอี้หลับไปแล้ว จึงถามว่าต้องพาอาอี้กลับมาส่งหรือไม่
“พาอานิ่งไปส่งที่ห้องแม่นมด้วยเถอะ” เมิ่งฉีฮ่วนสวมกอดหลี่เยว่หานจากทางด้านหลัง ทั้งคู่ยืนมองดูอานิ่งที่หลับสนิทอยู่หน้าเตียง เขาเกยคางลงบนไหล่ของนาง ยามที่พูด ลมหายใจอุ่น ๆ ก็พ่นรดใบหูจนทำเอาหลี่เยว่หานเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา
ทนคำรบเร้าของเขาไม่ไหว สุดท้ายหลี่เยว่หานจึงให้คังโหรวเข้ามาอุ้มอานิ่งไปส่งที่ห้องแม่นมตามต้องการ
เมื่ออานิ่งถูกพาออกไปแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็ดึงหลี่เยว่หานลงไปนอนที่เตียงทันที นางรีบคว้าเสื้อตรงหน้าอกไว