ยใหญ่กล่าวเกินไปแล้วครับ” เมิ่งฉีฮ่วนตอบอย่างไม่รีบร้อนพลางประสานมือคารวะอย่างขอไปที “หากเทียบกับความสุขุมลุ่มลึกขององค์ชายใหญ่แล้ว ผมดูจะเป็นคนที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอยู่บ้างจริงๆ”
ในยามนี้ เมิ่งฉีฮ่วนแทบจะมั่นใจได้ทันทีว่า ฮ่องเต้และจงเจิ้งเสียนกำลังลอบวางแผนบางอย่างร่วมกันอยู่ ดังนั้นต่อให้เขาจะยินดีที่เห็นจงเจิ้งเสียนยังไม่ตาย แต่พอคิดว่าแผนการของทั้งคู่ทำให้คนบริสุทธิ์ในจวนรัชทายาทต้องตายอย่างอนาถ
โดยเฉพาะพระชายากงหย่าทั่วที่ต้องตายไปท่ามกลางความอัปยศ เขาก็ไม่อาจทำใจให้เชื่อใจจงเจิ้งเสียนได้อย่างสนิทใจเหมือนในอดีตอีกต่อไป
ขณะนั้น ขันทีหรูเดินออกมาจากห้องทรงอักษร โค้งกายคารวะทั้งสามท่านแล้วกล่าวว่า “องค์ชายทั้งสอง ท่านแม่ทัพเมิ่ง ฝ่าบาทเชิญทั้งสามท่านเข้าไปสนทนาด้านในขอรับ”
“ขอบคุณขันทีหรู” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับอย่างมีมารยาท ก่อนจะเดินตามหลังจงเจิ้งเสียนและจงเจิ้งอวี่เข้าไปในห้องทรงอักษร
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นนั่งอยู่หลังโต๊ะทรงงาน มือบีบนวดขมับดูราวกับมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มใจอย่างมาก เมื่อเห็นทั้งสามคนเดินเข้ามา ฮ่องเต้ก็ยกมือขึ้น ทันใดนั้นขันทีก็ยกเก้าอี้มาให้ทั้งสามนั่งลง
หลังจากนั้นฮ่องเต้จึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “พวกเจ้าไม่คิดจะให้ข้าได้พักหายใจเลยสักนิดจริง ๆ นะ!”
“เสด็จพ่อตรากตรำเพื่อราชกิจ ลูกย่อมไม่กล้ารบกวนพร่ำเพรื่อ” จงเจิ้งอวี่เอ่ยตอบได้อย่างไหลลื่น โดยไม่ลืมเตือนตนเองอ