่ดุร้ายยังไม่กินลูกตนเอง การที่ฮ่องเต้มิทรงเอ่ยถึง จงเจิ้งเซวียน ย่อมแสดงว่าต้องการไว้ชีวิตพระโอรส
แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในยามนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะทำตามพระประสงค์ของฮ่องเต้ แล้วเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่?
สีหน้าของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเองก็น่าเกลียดไม่แพ้กัน ทรงจ้องมองเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสช้าๆ ว่า “องค์ชายรอง จงเจิ้งเซวียน กระทำความผิดมหันต์ ให้ถอดถอนออกจากฐานันดรศักดิ์กลายเป็นสามัญชน กักบริเวณไว้ในจวน มิอนุญาตให้ออกมาสู่ภายนอกชั่วชีวิต”
“เพียงเท่านี้หรือขอรับ?” เมิ่งฉีฮ่วนเลิกคิ้ว ดูท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก “ฝ่าบาท องค์ชายรองใช้ศาสตร์คุณไสยฆ่าคน อีกทั้งยังสร้างห้องลับใต้ดินที่หอหรูอี้ ซ้ำร้ายยังสมคบคิดกับศัตรูภายนอก ทั้งแคว้นเลี่ยหลานและแคว้นเสวียนจิ้ง เปิดประตูเมืองชักศึกเข้าบ้าน ให้กองทัพทั้งสองเหยียบย่ำผืนแผ่นดินตงฮั่นและเข่นฆ่าราษฎรไปมากมาย มิทราบว่าฝ่าบาทมิทรงคิดจะลงทัณฑ์ให้สถานหนักกว่านี้หรือขอรับ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน ทุกคนต่างมีความคิดตรงกันอย่างหนึ่งคือ… เมิ่งฉีฮ่วนบ้าไปแล้ว!
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากลงโทษ จงเจิ้งเซวียน อย่างรุนแรง แม้แต่ข้อหาก็ไม่ยอมเอ่ยถึง เพียงแต่ลดตัวเป็นสามัญชนและกักขังไว้ในจวนเท่านั้น แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับตีแผ่ความผิดของ จงเจิ้งเซวียน ออกมาจนหมดเปลือก เช่นนี้ถ้าไม่ใช่การพังกระดานแล้วจะเรียกว่าอะไร!
ยาม