เสียดิบดี แต่กลับลืมคิดไปว่าฮ่องเต้จะทรงรั้งตัวข้าไว้ ถึงขั้นใช้อินทรีสื่อสารสั่งการลับให้เร่งการเดินทาง ขบวนรถม้าที่คุมตัวจงเจิ้งเซวียนนั้นเดินทางมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อเข้าเมืองมาได้ก็มุ่งตรงเข้าวังทันที ยามนี้จงเจิ้งเซวียนถูกขังอยู่ในคุกหลวงแล้ว และข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง”
“เช่นนั้น…” หลี่เยว่หานทอดถอนใจ “ก็คงไปไม่ได้จริง ๆ แม้ข่าวที่ท่านลาออกจากราชการจะแพร่กระจายไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ในสายตาคนนอก จงเจิ้งเซวียนก็ยังถูกจับกุมมาด้วยน้ำมือของท่าน หากพวกเราจากไปในยามนี้ ผู้อื่นคงจะมองว่าท่านคิดคดทรยศแผ่นดินเป็นแน่”
“ใช่แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “เดินหมากพลาดไปเพียงก้าวเดียวจริง ๆ”
หลี่เยว่หานสัมผัสได้ถึงความผิดหวังในน้ำเสียงของเขา นางจึงยันตัวขึ้น ประคองใบหน้าของเขาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ทหารมาขุนพลต้าน น้ำมาดินกั้น อย่างไรเสียพวกเราก็มิเคยคิดร้ายต่อแคว้นตงฮั่น ต่อให้ท่านจะมีความดีความชอบล้นพ้นจนเป็นที่ระแวง แต่พวกเราก็ยังมีใจที่บริสุทธิ์!”
เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกอบอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ เขาจับมือนางไว้แล้วเอ่ยออกมาคล้ายต้องมนต์ “เจ้ารู้หรือไม่… เสด็จพ่อของมู่ชวนและหลิงซียังไม่ตาย เขากลับมาแล้ว”
“หา?” คราวนี้หลี่เยว่หานถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก…