ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจึงทอดถอนหฤทัยออกมา “เรายอมรับว่าในเรื่องของเสียนเอ๋อร์ เราได้วางแผนหลอกใช้เจ้าจริง ทว่าเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องลาออกจากราชการเพราะเหตุนี้กระมัง! ยามนี้เสียนเอ๋อร์ก็กลับมาแล้ว อวี่เอ๋อร์ก็กำลังจะยกทัพกลับสู่ราชสำนัก เจ้าจะรออีกสักหน่อยไม่ได้เชียวหรือ?”
“รอหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนยกมุมปากขึ้นคล้ายจะยิ้มทว่ากลับไม่อาจฝืนยิ้มออกมาได้ “เดิมทีข้าเป็นขุนนางในสังกัดของจงเจิ้งเสียน ต่อมาก็รับราชโองการจากพระองค์ให้ไปเป็นที่ปรึกษาแก่จงเจิ้งอวี่ ยามนี้คนหนึ่งเป็นอดีตรัชทายาท อีกคนหนึ่งเป็นรัชทายาทองค์ปัจจุบัน
เหตุผลที่พระองค์ทรงต้องการให้ข้าอยู่ต่อ ก็เพียงเพื่อต้องการให้ข้าเป็นผู้ทดสอบพวกเขาทั้งสอง ว่าผู้ใดกันแน่ที่เหมาะสมจะสืบทอดบัลลังก์อย่างนั้นหรือ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยกับฮ่องเต้หลิงอวิ๋นด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่กระด้างกระเดื่องเช่นนี้
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นไม่คาดคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะระเบิดโทสะออกมาเช่นนี้ อีกทั้งตนเองเป็นฝ่ายวางอุบายก่อน จึงทรงรู้สึกผิดและออมชอมลงหลายส่วน “หากเจ้าไม่ปรารถนาจะช่วยเราทดสอบพวกเขาทั้งสอง จะอยู่อย่างขุนนางที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการงานเมืองก็ได้ เหตุใดจึงต้องยืนกรานจะลาออกให้จงได้!”
“ไม่มีเหตุผลอันใดขอรับ” สีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนเด็ดเดี่ยว “เพียงแต่รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน อยากกลับบ้านไปใช้ชีวิตสงบสุขกับลูกและภรรยาก็เท่านั้น”
กล่าวจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็แตะลงบน