ลัญจกรหยก ทันใดนั้น มู่ชวน และ หลิงซี สองพี่น้องพร้อมด้วย ต้าไป๋ ก็ถูกส่งออกมาจากมิติในชั่วพริบตา หลิงซียังคงนั่งแหมะอยู่บนพื้น สองพี่น้องต่างพากันมองไปรอบข้างด้วยความงุนงง
“มู่ชวน หลิงซี” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านผู้นี้คือเสด็จปู่ของพวกเจ้า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าจงพำนักอยู่ในวังหลวงเถิด อีกอย่าง เสด็จพ่อของพวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ไม่นานพวกเจ้าก็คงจะได้พบเขาแล้ว”
เมื่อกล่าวจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็หมุนตัวเดินออกจากห้องอักษรไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
หลิงซีมีปฏิกิริยาโต้ตอบโดยฉับพลันด้วยการจะวิ่งตามเมิ่งฉีฮ่วนไป ทว่ากลับถูกมู่ชวนฉุดรั้งมือไว้เสียก่อน
สองพี่น้องกุมมือกันไว้แน่น ก่อนจะก้มกายทำความเคารพฮ่องเต้หลิงอวิ๋นที่นั่งนิ่งขรึมอยู่บนเก้าอี้พลางเอ่ยประสานเสียง “ขอเสด็จปู่ทรงพระเจริญขอรับ/เพคะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจึงค่อยดูดีขึ้นมาบ้าง
เมื่อก้าวออกจากวังหลวงและกลับถึงจวนขุนพล เมิ่งฉีฮ่วนก็สั่งให้คนปลดป้ายชื่อ ‘จวนแม่ทัพเหล็ก’ ลงทันที แล้วแทนที่ด้วยป้ายที่เขาเตรียมมาคือคฤหาสน์เมิ่ง ราวกับเป็นการประกาศให้ใต้หล้ารับรู้โดยมิอ้อมค้อมว่าเขาได้สละตำแหน่งขุนนางเสียแล้ว
แน่นอนว่าการลาออกอย่างกะทันหันเช่นนี้สร้างความงุนงงให้แก่ทุกคนในจวนยิ่งนัก แม้แต่ฟางจื่อหลานก็อดไม่ได้ที่จะซักถามถึงเหตุผลเบื้องหลัง
เมิ่งฉีฮ่วนยังคงปกปิดเรื่องของจงเจิ้งเสียนไว้เช่นเดิ