ม เขาเพียงอธิบายว่ารู้สึกเหนื่อยกับการเป็นขุนนาง อีกทั้งยังไม่อาจดูแลหลี่เยว่หานได้อย่างเต็มที่ จึงตัดสินใจลาออกเสีย
ฝ่ายฟางจื่อหลานแม้จะมีฐานะเป็นถึงฮูหยินท่านโหว ทว่านางก็เป็นเพียงสตรีธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อได้ฟังเช่นนั้นนางจึงเก็บความสงสัยไว้ในใจ แล้วเอ่ยชมเมิ่งฉีฮ่วนว่าเป็นบุรุษที่รักและห่วงใยครอบครัวยิ่งนัก
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องอบอุ่น เมิ่งฉีฮ่วนเห็นหลี่เยว่หานกำลังหยอกล้อกับบุตรทั้งสองด้วยรอยยิ้ม พลันรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“เยว่หาน เจ้าลองตักน้ำพุจิตวิญญาณมาให้เจ้ายอดขมิ้นอาอี้ดื่มดูสักหน่อยเถิด เผื่อว่าจะส่งผลดีต่อร่างกายของเขาบ้าง” เมิ่งฉีฮ่วนจงใจหาข้ออ้างเช่นนี้เพื่อให้หลี่เยว่หานสังเกตเห็นว่ามู่ชวนและหลิงซีไม่ได้อยู่ในมิติอีกต่อไปแล้ว
ในความจริง ยามที่เขาตรวจร่างกายให้เมิ่งสืออี้ครั้งแรก เขาก็ได้นำน้ำพุจิตวิญญาณป้อนให้เจ้าตัวน้อยดื่มไปแล้ว ยามนี้สุขภาพของเมิ่งสืออี้จึงแข็งแรงสมบูรณ์ยิ่งนัก
หลี่เยว่หานไม่ได้สงสัยสิ่งใด หลังจากป้อนน้ำพุจิตวิญญาณให้อาอี้ดื่มแล้ว นางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าอยากจะให้มู่ชวนและหลิงซีออกมาพบกับน้องชายน้องสาว จึงได้พบว่าสองพี่น้องไม่ได้อยู่ในมิติเสียแล้ว
“ท่านส่งมู่ชวนและหลิงซีเข้าวังไปแล้วหรือ?” สิ่งแรกที่หลี่เยว่หานถามคือเมิ่งฉีฮ่วน “ก่อนหน้านี้ท่านยังบอกอยู่เลยว่าในวังไม่ปลอดภัย ให้ข้าช่วยดูแลสองพี่น้องให้ดีมิใช่หรือ?”
เมิ่งฉีฮ่วนปลอบประโ