ลมว่า “ยามนี้องค์ชายรองถูกลงทัณฑ์ตามกฎหมาย ไม่นานก็จะถูกคุมตัวเข้าคุกหลวง ไม่มีผู้ใดลอบทำร้ายสองพี่น้องได้อีกแล้ว อีกทั้งยังมีฮ่องเต้คอยคุ้มครอง การที่เราจะเก็บสองพี่น้องไว้ข้างกายต่อไปดูจะไม่เหมาะสมนัก”
เมื่อได้ฟังดังนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้าเห็นพ้อง “เช่นนั้นท่านก็อย่าลืมคืนลัญจกรหยกไปด้วยเล่า”
เมื่อหลี่เยว่หานเอ่ยถึงลัญจกรหยก เมิ่งฉีฮ่วนจึงถามขึ้นว่า “เยว่หาน ยามนี้เจ้าคือผู้ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลัญจกรหยกที่สุด เจ้าพอจะทราบหรือไม่ว่ามีผู้ใดเคยหรือกำลังควบคุมลัญจกรหยกอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น การเข้าออกมิติ หรือการนำน้ำพุจิตวิญญาณออกมาใช้?”
“ข้าจะไปหยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทรขนาดนั้นได้อย่างไร” หลี่เยว่หานตอบโดยไม่เงยหน้า นิ้วมือยังคงสะกิดแก้มบุตรชายเบาๆ “อีกอย่าง เรื่องมิติน้ำพุจิตวิญญาณในลัญจกรหยกนี้ ข้าก็รับรู้มาจากการที่ท่านพาสอบสำรวจ มันเดิมทีก็ไม่ใช่สิ่งของของข้าอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาพลันนึกถึงอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกะทันหันยามที่เขาอยู่ที่แคว้นเสวียนจิ้ง จึงเอ่ยว่า “ยามที่ข้าอยู่แคว้นเสวียนจิ้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งข้าฝันถึงเจ้า ในฝันข้ายืนอยู่ในห้องที่แปลกประหลาดร่วมกับเจ้า ที่นั่นยังมีหลี่ต่าเฉิงและหวังเฟิ่งอยู่ด้วย เพียงแต่การแต่งกายของพวกเขานั้นแปลกตายิ่งนัก คล้ายกับผู้คนในยุคสมัยที่เจ้าจากมา”
หลี่เยว่หานชะงักงันไปในทัน